“สุขภาพดีแถมผิวสวย” ได้ด้วย “การดื่มน้ำ”

No Comments
สุขภาพความงาม

หากอยากมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และผิวพรรณ แล้วล่ะก็
การดื่มน้ำเปล่าถือเป็นกุจแจสำคัญที่จะทำให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะ 70เปอร์เซ็น ของร่างกายเราเป็นน้ำ
ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจะลงผลดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
1. ลดอาการปวดหัว
หากมีอาการปวดหัวให้จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ จะช่วยให้เลือดลมไหวเวียนดี
ส่งผลให้อาการปวดหัวทุเลาลงไปได้
นอกจากนั้นยังสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบไว้ที่ขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวได้อีกทาง
2.ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
น้ำมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
เพราะน้ำจะช่วยลำเลียงอาการและสารอาหารต่างๆ
แต่ควรดื่มน้ำก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที
และดื่มอีกครั้งหลังทานอาหารผ่านไปแล้ว 40 นาที
3. กระตุ้นการเผาผลาญ
สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ แนะนำให้ดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ
เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญอาหารได้เป็นอย่างดี
ซึ่งจะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ง่ายขึ้น
4. ช่วยลดน้ำหนัก
เพราะการดื่มน้ำช่วยให้ราอิ่มท้อง และบรรเทาความหิวได้
ทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง
5. บำรุงหัวใจ
การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการเลือดข้น
ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือด
6. ผิวสวยหน้าใส
การที่ผิวของเราแห้ง ลอก หรือมันมากกว่าปกติ
ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการที่ผิวขาดน้ำ
ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการนั้นเอง
7. สดชื่นมีพลัง
เวลาที่รู้สึกว่าสมองเหนื่อยล้าจากการใช้งานหนัก หรือเสียเหงื่อจากการทำงานนานๆ
เพียงแค่ลองดื่มน้ำก็จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นมาได้
โดยน้ำที่แนะนำให้ดื่มควรเป็นน้ำสะอาดเพราะร่างกายจะสามารถนำไปใช้ได้ทันที
8. อารมณ์ดี
เมื่อเรามีผิวดี สุขภาพดี แล้ว จิตใจของเราก็จะดีตามไปด้วย
เพราะทุกอย่างในร่างกายถูกเชื่อมโยงกันไว้ด้วยกันหมด…

Categories: สุขภาพ

ทำไมการลดไขมันส่วนพุงถึงยากที่สุด

No Comments
สุขภาพ,ความงาม

ไขมันส่วนพุง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
ไม่ใช่แค่เฉพาะคนอ้วนเท่านั้น คนผอมบางคนที่มีสัดส่วนบริเวณอื่นๆ
เล็ก แต่ทว่าพุงกับโต ซึ่งมีความเชื่อผิดๆ
กับการลดไขมันเฉพาะส่วนโดยเฉพาะพุง
เพราะจริงๆแล้วไม่สามารถทำได้ ต่อให้คุณออกกำลังกาย ซิกแพค
วันล่ะ 50-100 ครั้งก็ไม่สามารถเห็นซิกแพคได้
เนื่องจากว่าไขมันนั้นบดบังอยู่นั่นเอง
วันนี้เราจะมาพูดถึงกันว่าทำไม ไขมันส่วนพุงนั้นถึงลดยากมาก
รวมไปถึงเทคนิคการออกกำลังกายที่ถูกต้องที่ช่วยให้พุงลดลงด้วย

สำหรับการลดการสะสมไขมันในร่างกายนั้นมีขั้นตอนไปตามกระบวนก
ารเมื่อพลังงานนั้นมากเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้หมด
ร่างกายจึงเปลี่ยนสภาพพลังงานเหล่านั้นมาเป็นพลังงานสะสม
ซึ่งพลังงานสะสมในร่างกายนั้นถูกเก็บส่วนใหญ่ๆในรูปของ
“ไขมันในร่างกาย” ซึ่งแบ่งย่อยได้เป็น ไขมันในกล้ามเนื้อ
ไขมันในผิวหนัง และ ไขมันในช่องท้อง เช่น
ในผู้ชายไขมันสะสมมากบริเวณท้อง หรือ พุง เอว หลังส่วนล่าง
ต้นขาบ้างประปรายตามลำดับ ในขณะที่ผู้หญิงจะสะสมไขมันที่ เอว
มากกว่าพุง และสะสมที่ต้นแขน ต้นขามากกว่าผู้ชาย
ให้เราจินตนาการง่ายๆ
เปรียบเสมือนว่าร่างกายของเรานั้นเป็นเหมือนกันสระว่ายน้ำ
ไขมันก็จะสะสมไปยังที่ต่างๆ แตกต่างกันไป
เรียกได้ว่าทุกส่วนของร่างกาย
และส่วนพุงนั้นเป็นจุดที่ลึกที่สุดของสระน้ำ
ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะลดไขมันเฉพาะส่วน
ถึงแม้ว่าคุณจะออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อส่วนท้องก็ตาม

เพราะร่างกายนั้นจะดึงพลังงานจากไขมันทุกส่วนออกมาใช้
ไม่ใช่แค่พุงอย่างเดียวเท่านั้น
ซึ่งพูดง่ายๆเลยคือเราไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้
แต่ว่าสามารถสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนได้
ส่วนคำถามแล้วจะทำอย่างไรให้พุงลด ซึ่งเรามีข้อแนะนำดังนี้
1.คุมอาหาร
อันดับแรกที่จะทำให้ไขมันในร่างกายลดลงคือการคุมอาหาร
เรื่องทานแต่ของที่ประโยชน์และต้องทานให้ครบ 5 หมู่
หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของ มัน, ทอด น้ำตาล
ส่วนแป้งนั้นห้ามขาดต้องทานเสมอ
เพียงแค่ว่าควรที่จะลดจำนวนให้น้อยลง และเพิ่มโปรตีนกับผักเข้าไป
2.ออกกำลังกายคาร์ดิโอ

การคาร์ดิโอนั้นช่วยให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้ได้มีประสิทธิภาพมาก
ที่สุด ซึ่งกิจกรรมง่ายๆ เช่นการเดินวันล่ะ 30 นาที, การวิ่งจ๊อกกิ้ง,
ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, เต้นแอโรบิค หรือ เวทคาร์ดิโอ
โดยใช้น้ำหนักตัวของเราก็ช่วยได้เช่นกัน
ซึ่งหากคุณทำตาม 2 ข้อเบี้องต้นนี้
รับรองว่าไขมันในร่างกายจะลดลงอย่างแน่นอน
แต่จะลดส่วนไหนก่อนอันนี้เป็นไปตามกรรมพันธ์ของแต่ล่ะคน
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะลดที่หน้าก่อนตามด้วยแขนขา
และสุดท้ายคือพุงนั้นเอง…

Categories: ความงาม

ใครนอนไม่ค่อยหลับ มาทำความรู้จักมะเขือเทศ

No Comments
สุขภาพ

มะเขือเทศ จัดเป็นผลไม้ตามคำนิยามของหลักทางพฤกษศาสตร์
เพราะผลไม้คือส่วนของรังไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่ของพืชดอก
ส่วนผักคือพืชที่กินได้ของพืชล้มลุก ไม่ว่าจะเป็นราก ใบ ก้าน หัว หน่อ ดอก
ซึ่งโดยปกติแล้ว คนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่า มะเขือเทศ คือผัก เพราะนำไปใช้ประกอบอาหารกันเป็นส่วนใหญ่
และมักคิดว่าผลไม้คือสิ่งที่ให้ความหวาน โดย มะเขือเทศที่นิยมรับประทานในประเทศไทย คือ มะเขือเทศสีดา และ มะเขือเทศราชินี
แถม มะเขือเทศ ยังถือเป็นผลไม้ที่คนทั่วโลกนิยมรับประทานกันมากที่สุด
โดยนิยมรับประทานกันมากกว่าผลไม้ยอดนิยมอันดับ 2 อย่าง
กล้วย มากถึง 16 ล้านตันต่อปี ส่วนผลไม้อันดับ 3 คือ แอปเปิ้ลและ ส้ม เท่านั้นไม่พอ มะเขือเทศ
ยังมีประโยชน์มหาศาลซ่อนอยู่ในผลสีกลมแดง เพราะเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด
อาทิเช่น วิตามินซี วิตามิเอ วิตามินเค วิตามินพี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก
โดยมะเขือเทศขนาดปานกลาง จะมีปริมาณของวิตามินซีครึ่งหนึ่งของ ส้มโอ ทั้งลูก
และมะเขือเทศหนึ่งผลมีปริมาณวิตามินเอ ที่ร่างกายต้องการจำนวน 1 ใน 3 ของวิตามินเอ
ที่ร่างกายต้องการต่อวันเลยทีเดียวนอกจากนี้ มะเขือเทศ ยังมีสารจำพวกไลโคปีน แคโรทีนอยด์
เบตาแคโรทีน และ กรดอะมิโน ทำให้ถูกจัดเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย เช่น ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ขับปัสสาวะ รักษาความดัน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม น้ำมะเขือเทศที่เราคั้นสดๆจะดีกว่าน้ำมะเขือเทศขวดหรือกล่องและไม่ควรเลือกรับประทานมะเขือเทศดิบ
เพราะอาจจะเป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่าจะได้รับประโยชน์ แต่การกินมะเขือเทศในปริมาณมาก ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด
ตามการรายงานจากผลวิจัยระบุว่าการรับประทานมะเขือเทศให้ได้ 10 ครั้งต่อสัปดาห์
ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากเพราะจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมาก และดีต่อสุขภาพผิวอย่างเห็นได้ชัดเจน
สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงามมะเขือเทศจึงเป็นผลไม้ที่ขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับผู้ที่มีปัยหาเรื่องการนอนหลับ
การดื่มน้ำมะเขือเทศก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้นอีกทั้งยังได้สุขภาพดี หน้าตาสดใสและสมองปลอดโปร่งติดตัวเป็นของแถมด้วย
ซึ่งการดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์ควรดื่มก่อนทานอาหารในช่วงท้องว่าง หรือดื่มหลังอาหารทันที
จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้นแต่อย่างที่บอกว่าไม่ควรทานแบบดิบ และไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวัน
เช่นเดียวกับผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคไตหรือผู้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ก็ไม่ควรทานเด็ดขาด…

Categories: สุขภาพ

เมนูสายฟิต ต้มอกไก่ อย่างไรให้อร่อย

No Comments
สุขภาพ

หากคุณกำลังลดน้ำหนัก อยากออกกำลังกาย หรือหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง
มักจะเน้นควบคุมอาหารควบคู่กันไปด้วย ซึ่งหนึ่งในวัตถุดิบที่นิยมกันก็คือ อกไก่
ที่ให้โปรตีนสูง และไขมันต่ำ ซึ่งการปรุงด้วยวิธีต้มนั้น
ถือเป็นวิธีทำอาหารจากอกไก่ที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีปรุงอกไก่ง่ายๆ ให้อร่อยและดีต่อสุขภาพมาฝากกัน
ส่วนประกอบ
– อกไก่
– น้ำเปล่า
– น้ำซุปผักหรือน้ำซุปไก่
– หอมใหญ่
– เกลือและพริกไทย
ขั้นตอนการเตรียมเนื้อไก่
1. ล้างอกไก่ โดยนำอกไก่ออกจากช่องแช่แข็ง เพื่อให้น้ำแข็งละลายก่อนนำไปต้ม
โดยคุณอาจละลายน้ำแข็งด้วยไมโครเวฟ หรือนำอกไก่แช่ในน้ำเย็นก็ได้
วิธีการต้มอกไก่ในน้ำเปล่า
1. หั่นอกไก่ออกเป็น 2 หรือ 3 ส่วน วิธีนี้ช่วยให้อกไก่สุกเร็วขึ้น
และสุกทั่วถึงกันทั้งชิ้นด้วย
2. เทน้ำใส่หม้อ รอให้น้ำเดือด จากนั้นใส่อกไก่ลงไป โดยให้น้ำท่วมอกไก่
เติมน้ำเพิ่มหากน้ำน้อยเกินไป
3. ต้มไปเรื่อยๆ จนน้ำเดือดอีกครั้ง จากนั้นหรี่มาใช้ไฟอ่อน
ปิดฝาหม้อและต้มจนเนื้อไก่ไม่เป็นสีชมพู
เวลาที่ใช้ในการต้มจะเร็วหรือนานขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นไก่
– อกไก่ติดหนังและกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 30 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 20-25 นาที หากอกไก่ถูกหั่นครึ่ง
ก็จะใช้เวลาต้มเพียง 15-20 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กประมาณ 2 นิ้วใช้เวลาต้มประมาณ10 นาที
4. ปิดไฟนำหม้อลงจากเตา เทน้ำออกจากหม้อ และตักไก่ใส่จาน
เนื้อไก่ควรเป็นสีขาวและใช้มือหรือส้อมฉีกได้ง่าย
5. เสิร์ฟเพื่อรับประทานได้ทันที หรือใส่อกไก่ต้มในสลัด ผัดผักก็ได้
โดยสามารถปรุงรสเพิ่มตามต้องการด้วยเกลือ พริกไทย หรือซอสต่างๆ
วิธีการต้มอกไก่ในน้ำซุป
1. เทน้ำซุปไก่หรือน้ำซุปผักใส่หม้อ หั่นหอมใหญ่บนเขียง จากนั้นใส่ลงในหม้อ
อาจเติมแครอท กระเทียม น้ำมะนาว หรือเครื่องเทศอื่นๆ ได้ตามต้องการ
2. ใส่อกไก่ลงไปในหม้อ โดยน้ำต้องท่วมอกไก่ให้มิด เติมน้ำหากน้ำน้อยเกินไป
หั่นอกไก่เป็น 2 หรือ 3 ชิ้น อกไก่จะสุกเร็วขึ้น
3. ตั้งหม้อบนเตาไฟ ต้มน้ำจนเดือดด้วยไฟแรง จากนั้นหรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อน
ปิดฝาหม้อและต้มจนเนื้อไก่เลิกเป็นสีชมพู
เวลาที่ใช้ในการต้มจะเร็วหรือนานขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นไก่
– อกไก่ติดหนังและกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 30 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 20-25 นาที หากอกไก่ถูกหั่นครึ่ง
ก็จะใช้เวลาต้มเพียง 15-20 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กประมาณ 2 นิ้วใช้เวลาต้มประมาณ10 นาที
4. ปิดไฟ นำหม้อลงจากเตา เทน้ำออกจากหม้อ และตักไก่ใส่จาน
เช็คว่าเนื้อไก่สุกแล้วโดยการฉีกดูเนื้อข้างในว่าเป็นสีขาวทั้งหมดแล้ว
5. พร้อมรับประทาน โดยใส่อกไก่ต้มในสลัด ผัดผัก หรือฟาฮีต้า
ปรุงรสตามต้องการด้วยเกลือ พริกไทย สมุนไพร หรือซอสต่างๆ
เคล็ดลับ
อกไก่ที่ต้มในน้ำเปล่าจะมีรสชาติจืด ดังนั้นควรใส่น้ำซุปผัก
และปรุงรสไก่ด้วยเครื่องเทศและซอสต่างๆ
ที่สำคัญคือ อย่าลืมล้างมือก่อนและหลังจับเนื้ออกไก่ดิบ
เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโรค รวมทั้งทำความสะอาดและฆ่าเชื่อมีด จาน
และเคาน์เตอร์ครัวที่สัมผัสเนื้อไก่ดิบด้วย
อกไก่ที่ปรุงแล้ว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ไม่เกิน 2 วัน
หากคุณอยากเก็บไว้นานกว่านั้นให้เก็บในช่องแช่แข็ง…

Categories: สุขภาพ

ขิงสมุนไพรไทยที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย

No Comments
สุขภาพ,ความงาม

อย่างที่เราทราบกันว่า ขิง นั้นคือพืชที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน
เป็นหนึ่งในสมุนไพรในการรักษาโรค,
เป็นเครื่องเทศหรือวัตถุดิบในการทำอาหาร
รวมไปถึงยังสามารถทำไปแปรรูปหรือเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางต่า
งๆ อาทิ สบู่ หรือ ครีม อีกด้วย
แต่ถึงแม้ว่า ขิง นั้นจะมีกลิ่นหอมฉุน แต่ใครหลายๆ
คนมักที่จะปฏิเสธการท่าน เนื่องจากว่ามันมีรสชาติที่เผ็ดร้อนและขม
ทำให้ไม่ค่อยจะถูกปากกันสักเท่าไหร่
แต่หารู้ไม่ไหวขิงนั้นจัดว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมากมาย
เราไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1.ช่วยลดอาการท้องอืด
โดยหลักๆ ประโยชน์ของ ขิง
นั้นจะช่วยในเรื่องของลดอาการท้องอืดเพราะขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤท
ธ์ร้อนสามารถช่วยขับลมกระเพาะอาหารรวมไปถึงยังสามารถกระตุ้นกา
รทำงานของลำไส้ ช่วยให้ระบบของร่างกายนั้นทำงานได้อย่างเต็มที่
2.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
สำหรับ ขิง
นั้นยังสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาห
วานได้ด้วย ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่า ผู้ที่รับประทานขิง
จะช่วยให้ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดนั้นดีขึ้น
แถมยังช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคแทรกซ้อน
นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดระดับของ คอเลสเตอรอล ได้อีกด้วย
3.ลดอาการบาดเจ็บข้อเสื่อม
มีผลการวิจัยมากมายเกี่ยวกับ สมุนไพรชนิดนี้
ว่ามีสรรพคุณช่วยในการลดอาการบาดเจ็บของผู้ที่ป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม
แต่ต้องใช้เวลาในการรักษาประมาณ 3 เดือนถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน

4.ลดอาการคลื่นไส้, เมารถ และ ปวดหัวไมเกรน
ด้วยความที่มีกลิ่นฉุนและรสชาติที่เผ็ดร้อน
ทำให้ช่วยในเรื่องอาการคลื่นไส้, อาเจียน หรือ เมารถต่างๆได้ด้วย
โดยมีงานวิจัย
พบว่าขิงสามารถช่วยป้องกันและบรรเทาอาการอาเจียนหลังจากการผ่า
ตัดและยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้
ารับเคมีบำบัด ส่วนในเรื่องของอาการปวดหัวไมเกรน ขิง
จะช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการเจ็บปวดเพราะจะเข้าไปสกัดฮอร์โ
มนที่เกี่ยวกับอาการอักเสบ
5.ช่วยในการลดน้ำหนัก

มีงานวิจัยออกมาว่าผู้ที่ดื่มน้ำขิงเป็นประจำจะช่วยให้ระบบการเผาผลา
ญพลังงานนั้นดีขึ้น
เพราะด้วยเหตุที่มีฤทธิ์ร้อนและได้เข้าไปกระตุ้นมีการดูดซึมสารอาหารแ
ละย่อยอาหารได้รวดเร็วขึ้น
ซึ่งนอกจากนี้ยังช่วยให้ความอยากอาหารนั้นน้อยลงด้วย
แต่ว่าต้องเป็นน้ำขิงที่ไม่ใส่น้ำตาลนะ
ซึ่งทางที่ดีควรเลือกขิงซองแบบสำเร็จรูปสูตรไร้น้ำตาลจะดีที่สุด
นี่คือเบื้องต้นของประโยชน์จาก ชิง
สมุนไพรที่ใครหลายคนมักจะมองข้ามไป
แต่ว่าทุกอย่างนั้นไม่ได้มีแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียว
หากรับประทานมากเกินไป
หรือผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานขิง
เพราะขิงนั้นมีสรรพคุณในการต้านการแข็งตัวของเลือดมากกว่ายาแอส
ไพริน เสียอีก…

Categories: ความงาม

มาส์กหน้ามีกี่แบบกันนะ

No Comments
สุขภาพ

ปัจจุบันสาว ๆ นิยมใช้มาส์กเพื่อดูแลผิวหน้าเพิ่มมากขึ้น
เพราะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยกระชับรูหุมขน
ลดความมัน ลดสิว ซึ่งเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย
แต่เนื่องจากปัจจุบันมีมาส์กให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบแผ่น
แบบโคลน ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
ลองมาทำความรู้สึกกับมาส์กแต่ละประเภทและเลือกใช้อย่างเหมาสมกันนะคะ
1. มาส์กครีม (Cream Mask)
มาส์กแบบครีมสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ แบบทิ้งไว้ 30 แล้วล้างออก
กับแบบพอกไว้ข้ามคืน ซึ่งมาส์กครีมแบบทิ้งไว้ 30 นาที
จะช่วยขัดเซลล์ผิวที่เสียให้ค่อย ๆ หลุดออกไป
สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้างมาส์กด้วยวิธีนี้จะสามารถทำความสะอาดได้หมดจด
แถมยังช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ เผยผิวใหม่ที่เนียน
กระชับขึ้น เมื่อครบ 30 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า
และอีกประเภทคือ มาส์กครีมพอกหน้า แบบทิ้งไว้ทั้งคืน หรือ Sleeping mask
โดยการมาส์กวิธีนี้เน้นการบำรุงผิวปรับสมดุลให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น
โดยใช้มาร์กครีมพอกหน้าทิ้งไว้ทั้งคืน
สามารถใช้ควบคู่ครีมบำรุงผิวหน้าตอนกลางคืนได้
ช่วยผลักดันให้ครีมบำรุงผิวค่อย ๆ ซึมเข้าผิวหนังอย่างอ่อนโยน
กระตุ้นให้ครีมบำรุงผิวตอนกลางคืนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้ว
ค่อย ๆ ล้างออก ที่สำคัญของการใช้ครีมมาส์กหน้าแบบนี้ คือ
ในขั้นตอนล้างนั้น ต้องล้างออกให้หมดจด
เพราะตัวครีมมีความเข้มข้นสูงถ้าล้างออกไม่หมดอาจจะก่อให้เกิดการอุดตันได้…

Categories: สุขภาพ

5 เคล็ดลับทำให้คุณหุ่นดี

No Comments
สุขภาพ

หุ่นดีทําไง 5 เคล็ดลับ อยากหุ่นดี ทำได้ง่ายนิดเดียว ไม่ใช่แค่สาวๆ เท่านั้นที่อยากหุ่นดี ผู้ชายหลายๆ
คนก็อยากจะมีรูปร่างที่ดีเช่นเดียวกัน แต่แน่นอนว่า คำว่าการมีรูปร่างที่ดีของหนุ่มๆ นั้น ไม่ได้หมายถึง
เรื่องของน้ำหนักที่น้อยเท่านั้น
แต่หมายความรวมถึง โดยรวมของร่างกาย ที่ต้องดูแล้วสมส่วนด้วย ซึ่งเราก็ได้นำเอาเคล็ดลับของบรรดาหนุ่มๆ
หุ่นฟิตมาฝาก ให้ได้ลองทำตามกัน ว่าแล้ว ก็ตามไปดูกันเลยจะดีกว่า “หุ่นดีทําไง”
ทำยังไงหุ่นดี
1.งดกินเค็ม
เพราะอาหารรสเค็มนอกจากจะทำให้ไตทำงานหนักแล้ว ยังทำให้ตัวบวมจากการดูดซึมน้ำที่ไม่ปกติอีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว การทานอาหารรสเค็มเป็นประจำมักจะทำให้ฮอร์โมนเกี่ยวกับการเผาผลาญ ทำงานไม่ปกติ
จนทำให้น้ำหนักเกินแบบถาวรได้
กินไรหุ่นดี
2.งดทานอาหารขยะ
หรืออาหารประเภทจั้งค์ฟู้ด เพราะนอกจากจะเป็นอาหารที่สารอาหารไม่ครบแล้ว ยังอุดมไปด้วยไขมัน โซเดียม
และแป้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อรับเข้าไปในร่างกายมากๆ
มักจะก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินได้อย่างไม่ยากนัก
หุ่นดีทํายังไง
3.เลี่ยงแป้งขัดขาว
ไม่ว่าจะเป็นแป้งขนมปัง หรือเบเกอรี่ต่างๆ เพราะน้ำตาลที่ได้จากแป้งเหล่านี้
จะเปลี่ยนเป็นไขมันอุดตันตามส่วนต่างๆได้ง่าย หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ หรือต้องการที่จะกินอาหารประเภทเบเกอรี่จริงๆ
แนะนำว่าให้กินเป็นแป้งโฮลวีทแทนจะดีกว่า
กินยังไงหุ่นดี
4.เลิกน้ำตาล
จริงๆ แล้วอาหารที่เรากิน ทุกวันนี้ มักจะมีความหวานจากธรรมชาติอยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณน้ำตาลเข้าไปในร่างกายอีก เพราะเจ้าน้ำตาลนี่แหละที่จะทำให้เรากลายเป็นหนุ่มหุ่นหมี
ที่ลงพุงอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น หากเลี่ยงได้แนะนำให้เลี่ยงจะดีกว่า
หุ่นดียังไง
5.ของทอดของมัน ต้องลด
อาหารมันๆ ทอดๆ กินกับอะไรก็อร่อย และแน่นอนในความอร่อยนั้น นอกจากจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพแล้ว
ยังทำให้น้ำหนักของเราพุ่งพรวดๆ ยิ่งกว่าระดับน้ำเวลาที่ท่วม กทม. ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น หาก อยากผอม
ไม่อยากอ้วนโดยไม่รู้ตัว ควรเลี่ยงของทอดของมัน จะดีที่สุด…

Categories: สุขภาพ

ความจำเสื่อม มะนาวช่วยได้

No Comments
สุขภาพ

มะนาว พืชสมุนไพรที่เป็นได้ทั้งผักและผลไม้ในตัวเดียวกันอุดมไปด้วยน้ำที่มีรสเปรี้ยวแต่ไม่ได้มีแค่รสชาติความเปรี้ยว
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นแต่เพียงเท่านั้นหากแต่กลับเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาสูงมาก
อีกทั้งยังมีดีต่อการบำรุงความสวยความงามด้วยโดยพันธุ์มะนาวที่นิยมปลูกในประเทศไทย
มีมากมายหลายชนิด ไล่ตั้งแต่ มะนาวไข่ ที่มีลักษณะผลกลมหัวท้ายจะยาว และมีสีอ่อนคล้ายกับสีของไข่เป็ด
ขนาดของผลมะนาวสายพันธุ์นี้ใหญ่ประมาณ 2-3 เซนติเมตรและมีเปลือกที่ค่อนข้างบาง
มะนาวทราย มีลักษณะของต้นเป็นพุ่มสวยสามารถนำมาทำเป็นไม้ประดับหน้าบ้านได้
อีกทั้งยังเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลตลอดปีทั้งนี้กลายเป็นมะนาวสายพันธุ์ที่ผู้คนไม่ค่อยนิยมนำมาบริโภคสักเท่าไหร่
เพราะรสชาติของน้ำมะนาวจะมีรสขมเจือปนอยู่ด้วยมะนาวแป้น จะมีขนาดของผลค่อนข้างใหญ่
ลักษณะของผลค่อนข้างกลมแป้น ให้น้ำมะนาวในปริมาณที่มากแถมยังมีเปลือกที่บาง
จัดเป็นสายพันธุ์ที่ผู้คนนิยมนำมาบริโภคเป็นส่วนมากและในทางเชิงพาณิชย์
เพราะสามารถบังคับให้ออกผลในฤดูแล้งได้ไปจนถึง มะนาวหนัง จะมีลักษณะของผลที่กลมยาว
ส่วนของหัวท้ายจะแหลมและเมื่อผลของมันโตเต็มที่ก็จะมีลักษณะผลเป็นกลมที่ค่อนข้างยาว
และมีเปลือกที่หนาดังนั้นจึงทำให้ผู้บริโภคสามารถเก็บมะนาวสายพันธุ์นี้ได้นาน
ซึ่งนอกจากน้ำมะนาวที่เรานำมาใช้ประกอบอาหารแล้วมะนาวยังช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ
ให้ความสดชื่นแก่ร่างกายและสามารถนำน้ำมันระเหยที่ได้ประมาณ 7% ในมะนาว 1 ลูกมาผสมเป็นน้ำยาทำความสะอาดได้
ขณะเดียวกัน มะนาว ยังช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมได้
ช่วยแก้ปัญหาขาลาย ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ช่วยรักษาสิว
ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วยขับเสมหะ
ช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด
โดยเฉพาะ น้ำมะนาว ที่มี วิตามินเอ วิตามินซี ฟอสฟอรัสแคลเซียม กรดมาลิค และกรดซีตริค ที่สูงมาก
ช่วยป้องกันร่างกายจากไข้หวัด ช่วยรักษาผิวแตก ส้นเท้าแตก
ช่วยแก้ปัญหาเล็บดำ และช่วยขจัดกลิ่นคาวต่างๆ ได้เท่านั้นไม่พอ เปลือกมะนาว ที่หลายคนมองข้าม
และมักโยนทิ้งลงถังขยะ ยังช่วยรักษาโรคกระเพาะได้ด้วยการนำมาชงกับน้ำอุ่น
หรือจะใช้ดมแก้อาการวิงเวียนศีรษะก็ได้
หรือจะนำไปหมักกับน้ำส้มสายชู ช่วยแก้หูดก็ได้เช่นเดียวกับในส่วน ใบมะนาว และ รากมะนาว
ที่ช่วยแก้อาการปัสสาสะกะปริบกะปรอย อาการผิดสำแดง แก้อาการไอ ฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก แก้อาการลมเงียบ
ช่วยฟอกโลหิต แถมยังช่วยรักษาไข้ทับระดูของสาวๆได้ด้วยนะเออ…

Categories: สุขภาพ

ลำดับการลงครีมบำรุงผิวก่อนนอน

No Comments
สุขภาพ

ลำดับขั้นตอนการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากที่ใครหลาย ๆ คนมองข้าม และยังเข้าใจผิด ๆ
ว่า ถ้าใช้ครีมบำรุงผิวที่ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเริ่มทาครีมอันไหนก่อนตรงส่วนไหนของผิวหน้าก่อน หรือหลังก็คงไม่แตกต่างกันหรอก
ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างร้ายแรงการทาครีมบำรุงผิวหน้าผิดลำดับก่อนหลัง
อาจเป็นต้นเหตุทำให้ครีมบำรุงผิวลดประสิทธิภาพลงทำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้านั้น ๆ เห็นผลน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น
อาจทำให้สุขภาพผิวของเราเสีย ผิวแห้ง หรือแพ้ครีมบำรุงผิวหน้าได้ดังนั้นลองอ่านคำแนะนำเหล่านี้ และปรับใช้ให้ถูกต้องกันนะคะ
สำหรับ วิธีเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้านั้น
เริ่มจากครีมบำรุงผิวหน้าที่มีเนื้อเบาบางก่อน แล้วค่อยทาครีมเนื้อหนักทีหลัง
(ในส่วนของครีมบำรุงผิวหน้าเนื้อหนักและครีมบำรุงผิวหน้าเนื้อเบาเป็นแบบใด หรือเราจะรู้ได้อย่างไร
มีวิธีการสังเกตได้จากการสัมผัสเนื้อครีมนั้นเองเพราะดูจากความแตกต่างว่าครีมตัวไหนเหนอะหนะ เวลาทาแล้วหนักผิว
หรือครีมบำรุงผิวหน้าตัวใดที่ทาแล้วรู้สึกบางเบากับผิวมีการซึมเข้าสู่ผิวเราได้ดีกว่า)
และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการรักษาลงไปก่อนแล้วจึงตามด้วยการทาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า
วิธีเรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง
1. เริ่มจากการใช้บูสเตอร์ และอายครีมก่อนเป็นลำดับแรกสุดเสมอ
2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการรักษา เช่น ทายาแต้มสิวอักเสบเฉพาะจุด
และเว้นการทาครีมบำรุงผิวหน้าทุกชนิดตรงบริเวณที่ทายาลดสิว
ในส่วนของครีมบำรุงผิวหน้าในกลุ่มผลัดผิว เช่น บีเอชเอ (BHA), เอเอชเอ (AHA)
หรือ หรือครีมบำรุงผิวประเภทพวกทรีทเม้นท์ เช่น เรตินอล (Retinol)ให้ทาก่อนพวกมอยส์เจอไรเซอร์
3. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงผิวในกลุ่ม Anti – Aging,
Whitening, Moisturizer ถ้ามีครีมบำรุงผิวเนื้อเบาให้ทาก่อน โดยเริ่มจาก Serum &
Essence & Concentrate ตามลำดับ
4. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงในกลุ่ม Anti – Aging, Whitening,
Moisturizer ถ้ามีครีมบำรุงผิวเนื้อหนักให้ทาทีหลัง เช่น Cream & Lotion & Emulsion
ดังนั้นก่อนการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าตัวไหนก็ตามควรจะทำความเข้าใจหน้าที่ของครีมแต่ละตัวให้ดีเสียก่อน
เพื่อจะได้ไม่เสียเงินซื้อครีมบำรุงผิวหน้ามามากเกินความจำเป็นให้พิจารณาตามความต้องการของผิวหน้าแล้ว
อย่าประโคมครีมทั้งหมดลงบนผิวหน้าเยอะมากเกินไป เพราะยิ่งทามากผิวหน้ายิ่งอุดตัน และทำให้เกิดสิวได้ เพราะการทาครีมบำรุงผิวเยอะ ๆ
ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปสำหรับวิธีการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้ครีมบำรุงผิวหน้าทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด…

Categories: สุขภาพ

กระเจี๊ยบเขียวของดีมีประโยชน์

No Comments
สุขภาพ,ความงาม

หากพูดถึงสมุนไพรในประเทศไทย นั้นมีอยู่มากมายอย่างที่ทราบกันดี
ว่ากันมีมากถึง 1,500 ชนิดเลยทีเดียว สำหรับสมุนไพรไทยคือ พืช ผัก
และผลไม้ที่ถูกนำมาใช้เป็นยาและสิ่งบำรุงร่างกายมานานนับพันปี
โดยที่สมุนไพรเหล่านี้มีทั้งแบบนำผล ใบ ราก เปลือก ยาง เนื้อไม้ เถา
หัวและดอก หรือทั้งต้นมาใช้งาน
ประโยชน์และสรรพคุณของสมุนไพรไทยเหล่านี้มีทั้งการนำมารับประท
านสด การนำมาต้มรับประทานแบบยาแผนโบราณ
บางชนิดก็ใช้ทาหรือพอกเพื่อรักษาโรค เป็นต้น
ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึง กระเจี๊ยบเขียว หลายคนคงจะงงมีด้วยเหรอ
หรืออยากจะไม่รู้จักมาก่อน
เพราะส่วนใหญ่ก็จะเคยทานกันแต่น้ำกระเจี๊ยบที่ใช้กระเจี๊ยบแดง
โดยเจ้ากระเจี๊ยวเขียวนั้นมีสรรพคุณมากมาย
เราไปทำความรู้จักกันซะหน่อย
สำหรับ กระเจี๊ยบเขียว
ในประเทศไทยนั้นนิยมปลุกในภาคกลางจังหวัดนครปฐม ปทุมธานี
นนทบุรี นครนายก ราชบุรี ระยอง พิจิตร สุพรรณบุรี สมุทรสาคร
และกาญจนบุรี ซึ่งเดิมทีมีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก
ในประเทศซูดาน
และสันนิษฐานว่าน่าจะมีการนำเข้ามาในประเทศไทยหลังปี พ.ศ.2416
โดยจัดเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุประมาณ 1 ปี มีความสูงประมาณ 0.5-2.4
เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีเขียว
โดยนิยมรับประทานผลซึ่งมีลักษณะมีลักษณะเป็นฝัก
โดยฝักคล้ายกับนิ้วมือผู้หญิง ฝักมีสีเขียวทรงเรียวยาว มักโค้งเล็กน้อย
ปลายฝักแหลมเป็นจีบ ผิวฝักมีเหลี่ยมเป็นสัน
โดยฝักมีสันเป็นเหลี่ยมตามยาวอยู่ 5 เหลี่ยม ตามฝักจะมีขนอ่อน ๆ
อยู่ทั่วฝัก ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

ซึ่งสรรพคุณนั้นมีอยู่มากมาย สามารถช่วย ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และคนที่กำลังควบคุมน้ำตาล-น้ำหนัก
ลดอาการท้องผูก เพราะมีเมือกที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวขึ้น
และยังมีใยอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย

แถมยังสามารถใช้ในการลดความอ้วนได้อีกด้วยเพราะมีส่วนในการช่ว
ยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
รวมไปถึงรักษาอาการกรดไหลย้อนได้อีกด้วย
ส่วนวิธีการทำเพื่อรับประทานสามารถหันเป็นชิ้นเล็กๆ
และทานสดๆ ได้ทันที และยังนำไปเป็นส่วนประกอบกับอาหารอื่นๆ
ได้อีกด้วย เช่น นำไปทอดกรอบ, กระเจี๊ยบเขียวผัดกากหมู,
ไข่เจียวกระเจี๊ยบเขียว หรือจะเป็นในแนวแกง เช่น แกงส้ม, แกงเลียง
และ ต้มจืด
เห็นกันแล้วใช่ไหมว่า กระเจี๊ยบเขียว
พีชสมุนไพรที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนั้นมีประโยชน์มากมาย
รู้แบบนี้ต้องไปหามาทานกันบ้างแล้ว

นอกจากนี้
นอกจากนี้ยังหาทานได้ไม่ยากเพราะได้มีการนำกระเจี๊ยบเขียวไปทำใน
รูปแบบการอบแห้งกินเล่นเหมือนขนมขมเคี้ยว
แต่นอกเหนือจากกินเล่นแล้ว
มันยังมีประโยชน์มากมายอย่างที่บอกไปข้างต้น…

Categories: ความงาม