ของกินที่ไม่สมควรกิน หากไม่อยากปวดไมเกรน

No Comments

โรคไมเกรน จัดว่าเป็นโรคเรื้อรังประเภทหนึ่งลักษณะของการปวดหัวด้านเดียวรอบๆขมับหรือท้ายทอย บางบุคคลก็ปวดทั้งสองข้างบ่อยๆ 
จนถึงสร้างความทรมานและก็การใช้ชีวิตประจำวันไม่ใช้น้อย ซึ่งสาเหตุทำให้อาการแย่ลง ได้แก่ ความเครียด ลักษณะอากาศ สถานที่รวมทั้งมลพิษต่างๆ
แต่มีอีกหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้ปวดไมเกรนได้แบบเดียวกัน ซึ่งก็คือการทานอาหารในทุกๆวัน จะมีของกินจำพวกไหนบางพวกเราไปดูกัน
1. 
แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เป็นตัวการที่นำไปสู่การปวดไมเกรน เป็นต้นว่า ไวน์ วิสกี้ เบียร์สดแชมเปญ อื่นๆอีกมากมาย 
การดื่มแอลกอฮอล์ในจำนวนมากยังสามารถก่อให้เกิดการเกิดภาวการณ์ขาดน้ำ และก็นำมาซึ่งการเกิดลักษณะของการปวดหัวได้ในที่สุด
2. 
คาเฟอีน คาเฟอีนมีอยู่ในเครื่องดื่มตัวอย่างเช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม และของกินหรือของหวานบางจำพวก ถ้าเกิดคุณปวดไมเกรน
ไม่สมควรดื่มคาเฟอีนมากเกินความจำเป็น อาจส่งผลให้กำเนิดลักษณะของการปวดหัวที่เกิดขึ้นจากฤทธิ์ของคาเฟอีนได้ในทางตรงกันข้าม คุณอาจจะจิบชาเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ จะช่วยลดลักษณะของการปวดหัวเฉพาะช่วงนั้นได้ด้วยเหมือนกัน
3. 
ชีสที่บ่มเป็นระยะเวลาที่ยาวนานในต่างประเทสนิยมทานชีสเป็นส่วนมาก เนื่องจากว่าพึงใจในรสของมัน แต่ว่ามีชีสชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า อร์กอโซล่าชีส (บลูชีสคาเมมเบิร์ต
และก็เชดดาร์ชีส ที่เป็นตัวกระตุ้นของลักษณะของการปวดหัวไมเกรน แล้วก็ยังมีสารที่เรียกว่าสารไทรามีน เมื่อพวกเราบ่มซีสนานมากแค่ไหนสารตัวนี้ก็จะเพิ่มมากขึ้น
เมื่อพวกเราทานเข้าไปมากมายจะมีผลให้เกิดปฏิกิริยาส่งผ่านไปยังประสาทภายในร่างกาย ทำให้ปวดไมเกรนได้นั้นเอง
4. เนื่อ
สัตว์ดัดแปลง เหล่าบรรดาเนื่อสัตว์ดัดแปลง อย่างเช่น หมูแฮม เบคอน หรือ ไส้กรอกนั้นล้วนแล้วแต่มีสารไนเตรตรวมทั้งสารไนไตรต์เป็นส่วนประกอบเพื่อช่วยไม่ให้อาหารบูดเน่า 
รวมทั้งเป็นตัวการที่นำมาซึ่งลักษณะของการปวดหัวไมเกรนอย่างยอดเยี่ยม เนื่องจากของกินกลุ่มนี้มีส่วนประกอบของโซเดียมไนเตรทสูง

Categories: สุขภาพ

แก้วมังกร ผลไม้ซูเปอร์ฟู้ดที่ทานอย่างไรก็ได้ผลดี

No Comments

แก้วมังกร คือผลไม้เขตเมืองร้อนที่ให้พลังงานต่ำ แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง รสชาติอร่อย
ถูกจัดให้คือผลไม้ซูเปอร์ฟู้ดที่ทานอย่างไรก็ได้ผลดี ซึ่งคนไม่ใช่น้อยบางทีอาจจะยังไม่เคยทราบว่าเจ้าผลไม้ที่มีรูปร่างประหลาดตาอย่างแก้วมังกรนั้น
มีประโยชน์เช่นไร ด้วยเหตุนี้พวกเราก็เลยได้สะสมคุณประโยชน์ซึ่งมาจากแก้วมมังกรมาฝากกันแล้ว จะมีอะไรบ้างตามมามองเลย

1. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน แก้วมังกรคือผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีความเข้มข้นสูง ก็เลยสามารถช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้
ในเวลาเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นสารต้านอนุมูลอิสระให้ออกฤทธิ์ยับยังสารอนุมูลอิสระด้วยเหมือนกัน

2. ป้องกันโรคหัวใจ การทานแก้วมังการสามารถช่วยลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ก็เลยช่วยลดโอกาสในการเกิดเส้นเลือดอุดตัน
ส่งผลให้โอกาสในการเกิดโรคต่างๆเกี่ยวกับเส้นเลือดและหัวใจลดน้อยลงไปด้วย

3. ป้องกันโรคมะเร็ง นอกเหนือจากแก้วมังกรจะมีวิตามินซีที่เปรียบเหมือนภูมิต้านทานของร่างกายแล้ว
แก้วมังกรยังเป็นต้นกำเนิดของสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติด้วย อย่างเช่น สารแคโรทีน
ที่มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งและช่วยลดความเสี่ยงสำหรับการเกิดโรคเนื้องอกได้อย่างดีเยี่ยม

4. ช่วยทำให้ระบบที่ทำหน้าที่สำหรับการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แก้วมังกรคือผลไม้อีกประเภทหนึ่งที่อุดมไปด้วยเส้นใย
ก็เลยสามารถช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น โดยเหตุนี้ถ้าคุณทานแก้วมังกรอยู่เป็นประจำมั่นใจได้เลยว่าท้องผูกจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ

5. ต้านทานแบคทีเรียและเชื้อรา แก้วมังกรมีคุณประโยชน์สำหรับการต้านทานแบคทีเรียและเชื้อรา เพราะเหตุว่าแก้วมังกรสามารถเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาวได้
ซึ่งเม็ดเลือดขาวมีหน้าที่ต่อต้านแบคทีเรียรวมทั้งเชื้อราต่างๆรวมทั้งขัดขวางไม่ให้แพร่ไป แถมยังช่วยกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเซลล์ใหม่ขึ้นมาด้วย

สำหรับคนไหนที่ชื่นชอบการทานแก้วมังกรอยู่แล้วก็ควรจะทานให้เป็นประจำ เนื่องจากทานอย่างไรก้ไม่อ้วนแถมยังได้ประโยชน์ชนิดแบบเต็มๆอีกด้วย
ส่วนใครที่ยังไม่เคยลองทานก็สามารถหามาลองทานกันได้ การันตีว่ารสชาติอร่อยถูกปากแน่ๆ…

Categories: สุขภาพ

หลีกเลี่ยงความชราให้มากที่สุด กับหลากเคล็ดลับชะลอความแก่

No Comments

มนุษย์เราเกิดมาก็ย่อมต้องเจอกับปัญหาความชรากันเป็นปกติ
แต่มันคงจะเป็นเรื่องดีกว่าถ้าหากว่าชะลอให้มันเกิดขึ้นช้าลง
และนี่ก็คือหลากเคล็ดลับที่จะช่วยให้มันเป็นเช่นนั้นได้

เริ่มแรกก็คือการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของมนุษย์เราจะสร้างมันขึ้นมาได้เอง
แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างก็อาจทำให้ร่างกายผลิตมันออกมาได้น้อยลง
ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการเสริมสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไปอีก
ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

สำหรับอาหารที่มีประโยชน์ซึ่งช่วยให้ร่างกายสร้างสารต้านอนุมูลอิสระขึ้นมาก็คือ
อาหารที่มีวิตามินอี, วิตามินซี และสังกะสี
ซึ่งการรับประทานอาหารในประเภทนี้อย่างเป็นประจำก็จะส่งผลต่อสภาพร่างกาย
ที่จะแก่ชราช้าลงด้วย

นอกจากเรื่องของอาหารแล้วก็ยังมีเรื่องของไลฟ์สไตล์
การใช้ชีวิตที่ถ้าปรับอะไรดูได้บ้างก็จะส่งผลต่อการชะลอความแก่
เริ่มต้นกันที่เรื่องของสภาพจิตใจกันก่อน
นั่นก็คือเราจำเป็นจะต้องเป็นคนที่มองโลกในแง่บวก
ไม่พยายามเก็บเอาความเครียดทั้งหลายทั้งปวงมาคิดให้รกสมอง
ถ้าหากว่าเราคิดลบจนเกินไปก็จะทำให้อารมณ์แย่ลงฝังรากลึกลงไปถึงจิตใต้สำนึ
ก ในระยะยาวก็จะส่งผลต่อไปยังเรื่องอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งความชราก็เป็นหนึ่งในนั้น

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน
เพราะจะทำให้ร่างกายได้มีโอกาสซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ
ทางที่ดีก็ควรหลับให้ได้ราวๆ 7-8 ชั่วโมงเป็นประจำ
แม้ว่ามันอาจจะดูยากในสังคมสมัยนี้ที่มีกิจกรรมและมีภาระหน้าที่เยอะก็ตามที

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้เราแก่ช้าลงเช่นกัน
แต่ก็จะต้องควบคุมให้มีความเหมาะสม ไม่หักโหมจนเกินไป
เพราะว่าอาจกลายเป็นผลเสียได้
ให้ออกกำลังกายแค่พอรู้สึกว่าตัวเองได้เหงื่อได้เหนื่อยก็เพียงพอแล้ว

นอกเหนือไปจากนี้ก็ยังมีเรื่องของการบำรุงผิว การเสริมความสวยความงามต่างๆ
ซึ่งในสมัยนี้มีให้เปิดบริการกันมากมาย
นี่ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยชะลอความแก่ให้กับเราได้โดยตรง
แต่ก็ไม่ควรหวังพึ่งวิธีนี้แต่เพียงอย่างเดียว ควรทำอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย
เพื่อให้ส่งเสริมกันและกัน และให้เกิดผลดีที่สุด

แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้วเมื่อเราอายุมากขึ้น เราก็คงต้องแก่กันตามสภาพอยู่ดี
แต่ถ้าทำตามเคล็ดลับต่างๆ ที่แนะนำมาได้
มันก็คงเป็นเรื่องดีกว่าอยู่แล้วที่เราจะชะลอให้ความแก่ชรานั้นมาช้าลง
นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว…

Categories: ความงาม

คอเลสเตอรอล ภัยร้ายในผู้สูงอายุ

No Comments

ภาวะคอเลสเตอรอลสูง เป็นภาวะที่สามารถพบเจอได้ ในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่
ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไปเป็นเวลานาน
ซึ่งการรักษาโดยทั่วไปก็คือการทานยาเพื่อควบคุมระดับไขมัน
หากมีปริมาณสูงเกินไปจะทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคเลือดสมอง เป็นต้น
เนื่องจากไขมันในเลือดสูงจะทำให้เกิดการสะสมของไขมันตามผนังหลอดเลือดจน
ที่สุดหลอดเลือดจะแคบทำให้ออกซิเจนมาเลี้ยงบริเวณต่างๆไม่พอ
ชนิดของโคเลสเตอรอลที่ควรรู้
– HDL เป็นโคเลสเตอรอลที่ดี ช่วยป้องกันการสะสมของโคเลสเตอรอลตามผนังหลอดเลือดได้
– LDL เป็นโคเลสเตอรอลที่ไม่ดี แต่พบมากที่สุดในร่างกาย LDLจะสะสมตามผนังหลอดเลือด
– Triglyceride(TG) การมีLDLสูง ร่วมกับTGสูง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้
ระดับค่าคอเลสเตอรอล
– ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 200 mg/dL (ถือว่าเหมาะสม)
– ระดับปานกลาง : 200 – 239 mg/dL (เริ่มอันตราย)
– ระดับสูง : มากกว่า 240 mg/dL (อันตรายมาก)
ระดับค่าไตรกลีเซอไรด์
– ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 150 mg/dL
– ระดับปานกลาง : 150 – 199 mg/dL
– ระดับสูง : มากกว่า 200 – 499 mg/dL
– ระดับสูงมาก : ตั้งแต่ 500 mg/dL ขึ้นไป
อาการของไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง
ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่อาจพบไขมันสะสมบริเวณตา และผิวหนังเป็นผื่นนูนเล็กๆสีเหลืองได้
และจะแสดงอาการในกรณีมีภาวะแทรกซ้อนแล้ว เช่น อาการของโรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น
และเมื่อมีอาการจะแสดงอาการดังนี้
– คลื่นไส้ อาเจียน
– มีเหงื่อออกตามร่างกาย
– ปวดหัว วิงเวียน หน้ามืด
– ตาพล่ามัว มองเห็นไม่ชัด
– หายใจถี่ ชีพจรเต้นเร็ว ใจสั่น
– มีอาการอ่อนแรง เช่น หยิบจับของแล้วของหล่น
– ปวด แน่น เจ็บหน้าอก ร้าวไปยังบริเวณคอ กราม ไหล่ แขน
– มีปื้นสีเหลืองที่ผิวหนัง เช่น หนังข้อศอก หัวเข่าและฝ่ามือ
อันตรายที่เกิดขึ้นจากภาวะไขมันในเลือดสูง
1.ไขมันส่วนเกินจะไปตกตะกอนตามผนังของ เส้นเลือด ทำให้ผนังเส้นเลือดหนาและแข็ง จะทำให้ตีบตันได้ง่าย
ถ้าเป็นที่เส้นเลือดหัวใจจะทำให้เกิดหัวใจขาดเลือด
2.ถ้าเป็นที่เส้นเลือดที่เลี้ยงสมอง จะมีโอกาสทำให้เส้นเลือดตีบตันเกิดอัมพาต
3.ถ้าเส้นเลือดไปเลี้ยงบริเวณขาไม่พอ ทำให้เวลาเดินแล้วปวดน่อง
4.ตับอ่อนอักเสบ
การดูแลตนเอง
– ลดการกินอาหารที่มีไขมันชนิดอิ่มตัวสูง(มันสัตว์, เครื่องใน, ไข่แดง และของทอด เป็นต้น), ลดน้ำหนัก,ออกกำลังกาย
– การรักษาด้วยยา แพทย์จะเป็นผู้คำนวณความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง
หากมีความเสี่ยงสูงจะพิจารณาให้การรักษาด้วยยา อย่างไรก็ตามต้องทำควบคู่กับการดูแลตนเองเสมอ…

Categories: สุขภาพ

“สุขภาพดีแถมผิวสวย” ได้ด้วย “การดื่มน้ำ”

No Comments

หากอยากมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และผิวพรรณ แล้วล่ะก็
การดื่มน้ำเปล่าถือเป็นกุจแจสำคัญที่จะทำให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะ 70เปอร์เซ็น ของร่างกายเราเป็นน้ำ
ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจะลงผลดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
1. ลดอาการปวดหัว
หากมีอาการปวดหัวให้จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ จะช่วยให้เลือดลมไหวเวียนดี
ส่งผลให้อาการปวดหัวทุเลาลงไปได้
นอกจากนั้นยังสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบไว้ที่ขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวได้อีกทาง
2.ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
น้ำมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
เพราะน้ำจะช่วยลำเลียงอาการและสารอาหารต่างๆ
แต่ควรดื่มน้ำก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที
และดื่มอีกครั้งหลังทานอาหารผ่านไปแล้ว 40 นาที
3. กระตุ้นการเผาผลาญ
สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ แนะนำให้ดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ
เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญอาหารได้เป็นอย่างดี
ซึ่งจะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ง่ายขึ้น
4. ช่วยลดน้ำหนัก
เพราะการดื่มน้ำช่วยให้ราอิ่มท้อง และบรรเทาความหิวได้
ทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง
5. บำรุงหัวใจ
การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการเลือดข้น
ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือด
6. ผิวสวยหน้าใส
การที่ผิวของเราแห้ง ลอก หรือมันมากกว่าปกติ
ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการที่ผิวขาดน้ำ
ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการนั้นเอง
7. สดชื่นมีพลัง
เวลาที่รู้สึกว่าสมองเหนื่อยล้าจากการใช้งานหนัก หรือเสียเหงื่อจากการทำงานนานๆ
เพียงแค่ลองดื่มน้ำก็จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นมาได้
โดยน้ำที่แนะนำให้ดื่มควรเป็นน้ำสะอาดเพราะร่างกายจะสามารถนำไปใช้ได้ทันที
8. อารมณ์ดี
เมื่อเรามีผิวดี สุขภาพดี แล้ว จิตใจของเราก็จะดีตามไปด้วย
เพราะทุกอย่างในร่างกายถูกเชื่อมโยงกันไว้ด้วยกันหมด…

Categories: สุขภาพ

ทำไมการลดไขมันส่วนพุงถึงยากที่สุด

No Comments

ไขมันส่วนพุง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
ไม่ใช่แค่เฉพาะคนอ้วนเท่านั้น คนผอมบางคนที่มีสัดส่วนบริเวณอื่นๆ
เล็ก แต่ทว่าพุงกับโต ซึ่งมีความเชื่อผิดๆ
กับการลดไขมันเฉพาะส่วนโดยเฉพาะพุง
เพราะจริงๆแล้วไม่สามารถทำได้ ต่อให้คุณออกกำลังกาย ซิกแพค
วันล่ะ 50-100 ครั้งก็ไม่สามารถเห็นซิกแพคได้
เนื่องจากว่าไขมันนั้นบดบังอยู่นั่นเอง
วันนี้เราจะมาพูดถึงกันว่าทำไม ไขมันส่วนพุงนั้นถึงลดยากมาก
รวมไปถึงเทคนิคการออกกำลังกายที่ถูกต้องที่ช่วยให้พุงลดลงด้วย

สำหรับการลดการสะสมไขมันในร่างกายนั้นมีขั้นตอนไปตามกระบวนก
ารเมื่อพลังงานนั้นมากเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้หมด
ร่างกายจึงเปลี่ยนสภาพพลังงานเหล่านั้นมาเป็นพลังงานสะสม
ซึ่งพลังงานสะสมในร่างกายนั้นถูกเก็บส่วนใหญ่ๆในรูปของ
“ไขมันในร่างกาย” ซึ่งแบ่งย่อยได้เป็น ไขมันในกล้ามเนื้อ
ไขมันในผิวหนัง และ ไขมันในช่องท้อง เช่น
ในผู้ชายไขมันสะสมมากบริเวณท้อง หรือ พุง เอว หลังส่วนล่าง
ต้นขาบ้างประปรายตามลำดับ ในขณะที่ผู้หญิงจะสะสมไขมันที่ เอว
มากกว่าพุง และสะสมที่ต้นแขน ต้นขามากกว่าผู้ชาย
ให้เราจินตนาการง่ายๆ
เปรียบเสมือนว่าร่างกายของเรานั้นเป็นเหมือนกันสระว่ายน้ำ
ไขมันก็จะสะสมไปยังที่ต่างๆ แตกต่างกันไป
เรียกได้ว่าทุกส่วนของร่างกาย
และส่วนพุงนั้นเป็นจุดที่ลึกที่สุดของสระน้ำ
ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะลดไขมันเฉพาะส่วน
ถึงแม้ว่าคุณจะออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อส่วนท้องก็ตาม

เพราะร่างกายนั้นจะดึงพลังงานจากไขมันทุกส่วนออกมาใช้
ไม่ใช่แค่พุงอย่างเดียวเท่านั้น
ซึ่งพูดง่ายๆเลยคือเราไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้
แต่ว่าสามารถสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนได้
ส่วนคำถามแล้วจะทำอย่างไรให้พุงลด ซึ่งเรามีข้อแนะนำดังนี้
1.คุมอาหาร
อันดับแรกที่จะทำให้ไขมันในร่างกายลดลงคือการคุมอาหาร
เรื่องทานแต่ของที่ประโยชน์และต้องทานให้ครบ 5 หมู่
หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของ มัน, ทอด น้ำตาล
ส่วนแป้งนั้นห้ามขาดต้องทานเสมอ
เพียงแค่ว่าควรที่จะลดจำนวนให้น้อยลง และเพิ่มโปรตีนกับผักเข้าไป
2.ออกกำลังกายคาร์ดิโอ

การคาร์ดิโอนั้นช่วยให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้ได้มีประสิทธิภาพมาก
ที่สุด ซึ่งกิจกรรมง่ายๆ เช่นการเดินวันล่ะ 30 นาที, การวิ่งจ๊อกกิ้ง,
ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, เต้นแอโรบิค หรือ เวทคาร์ดิโอ
โดยใช้น้ำหนักตัวของเราก็ช่วยได้เช่นกัน
ซึ่งหากคุณทำตาม 2 ข้อเบี้องต้นนี้
รับรองว่าไขมันในร่างกายจะลดลงอย่างแน่นอน
แต่จะลดส่วนไหนก่อนอันนี้เป็นไปตามกรรมพันธ์ของแต่ล่ะคน
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะลดที่หน้าก่อนตามด้วยแขนขา
และสุดท้ายคือพุงนั้นเอง…

Categories: ความงาม

ใครนอนไม่ค่อยหลับ มาทำความรู้จักมะเขือเทศ

No Comments

มะเขือเทศ จัดเป็นผลไม้ตามคำนิยามของหลักทางพฤกษศาสตร์
เพราะผลไม้คือส่วนของรังไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่ของพืชดอก
ส่วนผักคือพืชที่กินได้ของพืชล้มลุก ไม่ว่าจะเป็นราก ใบ ก้าน หัว หน่อ ดอก
ซึ่งโดยปกติแล้ว คนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่า มะเขือเทศ คือผัก เพราะนำไปใช้ประกอบอาหารกันเป็นส่วนใหญ่
และมักคิดว่าผลไม้คือสิ่งที่ให้ความหวาน โดย มะเขือเทศที่นิยมรับประทานในประเทศไทย คือ มะเขือเทศสีดา และ มะเขือเทศราชินี
แถม มะเขือเทศ ยังถือเป็นผลไม้ที่คนทั่วโลกนิยมรับประทานกันมากที่สุด
โดยนิยมรับประทานกันมากกว่าผลไม้ยอดนิยมอันดับ 2 อย่าง
กล้วย มากถึง 16 ล้านตันต่อปี ส่วนผลไม้อันดับ 3 คือ แอปเปิ้ลและ ส้ม เท่านั้นไม่พอ มะเขือเทศ
ยังมีประโยชน์มหาศาลซ่อนอยู่ในผลสีกลมแดง เพราะเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด
อาทิเช่น วิตามินซี วิตามิเอ วิตามินเค วิตามินพี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก
โดยมะเขือเทศขนาดปานกลาง จะมีปริมาณของวิตามินซีครึ่งหนึ่งของ ส้มโอ ทั้งลูก
และมะเขือเทศหนึ่งผลมีปริมาณวิตามินเอ ที่ร่างกายต้องการจำนวน 1 ใน 3 ของวิตามินเอ
ที่ร่างกายต้องการต่อวันเลยทีเดียวนอกจากนี้ มะเขือเทศ ยังมีสารจำพวกไลโคปีน แคโรทีนอยด์
เบตาแคโรทีน และ กรดอะมิโน ทำให้ถูกจัดเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย เช่น ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ขับปัสสาวะ รักษาความดัน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม น้ำมะเขือเทศที่เราคั้นสดๆจะดีกว่าน้ำมะเขือเทศขวดหรือกล่องและไม่ควรเลือกรับประทานมะเขือเทศดิบ
เพราะอาจจะเป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่าจะได้รับประโยชน์ แต่การกินมะเขือเทศในปริมาณมาก ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด
ตามการรายงานจากผลวิจัยระบุว่าการรับประทานมะเขือเทศให้ได้ 10 ครั้งต่อสัปดาห์
ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากเพราะจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมาก และดีต่อสุขภาพผิวอย่างเห็นได้ชัดเจน
สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงามมะเขือเทศจึงเป็นผลไม้ที่ขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับผู้ที่มีปัยหาเรื่องการนอนหลับ
การดื่มน้ำมะเขือเทศก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้นอีกทั้งยังได้สุขภาพดี หน้าตาสดใสและสมองปลอดโปร่งติดตัวเป็นของแถมด้วย
ซึ่งการดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์ควรดื่มก่อนทานอาหารในช่วงท้องว่าง หรือดื่มหลังอาหารทันที
จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้นแต่อย่างที่บอกว่าไม่ควรทานแบบดิบ และไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวัน
เช่นเดียวกับผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคไตหรือผู้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ก็ไม่ควรทานเด็ดขาด…

Categories: สุขภาพ

เมนูสายฟิต ต้มอกไก่ อย่างไรให้อร่อย

No Comments

หากคุณกำลังลดน้ำหนัก อยากออกกำลังกาย หรือหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง
มักจะเน้นควบคุมอาหารควบคู่กันไปด้วย ซึ่งหนึ่งในวัตถุดิบที่นิยมกันก็คือ อกไก่
ที่ให้โปรตีนสูง และไขมันต่ำ ซึ่งการปรุงด้วยวิธีต้มนั้น
ถือเป็นวิธีทำอาหารจากอกไก่ที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีปรุงอกไก่ง่ายๆ ให้อร่อยและดีต่อสุขภาพมาฝากกัน
ส่วนประกอบ
– อกไก่
– น้ำเปล่า
– น้ำซุปผักหรือน้ำซุปไก่
– หอมใหญ่
– เกลือและพริกไทย
ขั้นตอนการเตรียมเนื้อไก่
1. ล้างอกไก่ โดยนำอกไก่ออกจากช่องแช่แข็ง เพื่อให้น้ำแข็งละลายก่อนนำไปต้ม
โดยคุณอาจละลายน้ำแข็งด้วยไมโครเวฟ หรือนำอกไก่แช่ในน้ำเย็นก็ได้
วิธีการต้มอกไก่ในน้ำเปล่า
1. หั่นอกไก่ออกเป็น 2 หรือ 3 ส่วน วิธีนี้ช่วยให้อกไก่สุกเร็วขึ้น
และสุกทั่วถึงกันทั้งชิ้นด้วย
2. เทน้ำใส่หม้อ รอให้น้ำเดือด จากนั้นใส่อกไก่ลงไป โดยให้น้ำท่วมอกไก่
เติมน้ำเพิ่มหากน้ำน้อยเกินไป
3. ต้มไปเรื่อยๆ จนน้ำเดือดอีกครั้ง จากนั้นหรี่มาใช้ไฟอ่อน
ปิดฝาหม้อและต้มจนเนื้อไก่ไม่เป็นสีชมพู
เวลาที่ใช้ในการต้มจะเร็วหรือนานขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นไก่
– อกไก่ติดหนังและกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 30 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 20-25 นาที หากอกไก่ถูกหั่นครึ่ง
ก็จะใช้เวลาต้มเพียง 15-20 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กประมาณ 2 นิ้วใช้เวลาต้มประมาณ10 นาที
4. ปิดไฟนำหม้อลงจากเตา เทน้ำออกจากหม้อ และตักไก่ใส่จาน
เนื้อไก่ควรเป็นสีขาวและใช้มือหรือส้อมฉีกได้ง่าย
5. เสิร์ฟเพื่อรับประทานได้ทันที หรือใส่อกไก่ต้มในสลัด ผัดผักก็ได้
โดยสามารถปรุงรสเพิ่มตามต้องการด้วยเกลือ พริกไทย หรือซอสต่างๆ
วิธีการต้มอกไก่ในน้ำซุป
1. เทน้ำซุปไก่หรือน้ำซุปผักใส่หม้อ หั่นหอมใหญ่บนเขียง จากนั้นใส่ลงในหม้อ
อาจเติมแครอท กระเทียม น้ำมะนาว หรือเครื่องเทศอื่นๆ ได้ตามต้องการ
2. ใส่อกไก่ลงไปในหม้อ โดยน้ำต้องท่วมอกไก่ให้มิด เติมน้ำหากน้ำน้อยเกินไป
หั่นอกไก่เป็น 2 หรือ 3 ชิ้น อกไก่จะสุกเร็วขึ้น
3. ตั้งหม้อบนเตาไฟ ต้มน้ำจนเดือดด้วยไฟแรง จากนั้นหรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อน
ปิดฝาหม้อและต้มจนเนื้อไก่เลิกเป็นสีชมพู
เวลาที่ใช้ในการต้มจะเร็วหรือนานขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นไก่
– อกไก่ติดหนังและกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 30 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 20-25 นาที หากอกไก่ถูกหั่นครึ่ง
ก็จะใช้เวลาต้มเพียง 15-20 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กประมาณ 2 นิ้วใช้เวลาต้มประมาณ10 นาที
4. ปิดไฟ นำหม้อลงจากเตา เทน้ำออกจากหม้อ และตักไก่ใส่จาน
เช็คว่าเนื้อไก่สุกแล้วโดยการฉีกดูเนื้อข้างในว่าเป็นสีขาวทั้งหมดแล้ว
5. พร้อมรับประทาน โดยใส่อกไก่ต้มในสลัด ผัดผัก หรือฟาฮีต้า
ปรุงรสตามต้องการด้วยเกลือ พริกไทย สมุนไพร หรือซอสต่างๆ
เคล็ดลับ
อกไก่ที่ต้มในน้ำเปล่าจะมีรสชาติจืด ดังนั้นควรใส่น้ำซุปผัก
และปรุงรสไก่ด้วยเครื่องเทศและซอสต่างๆ
ที่สำคัญคือ อย่าลืมล้างมือก่อนและหลังจับเนื้ออกไก่ดิบ
เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโรค รวมทั้งทำความสะอาดและฆ่าเชื่อมีด จาน
และเคาน์เตอร์ครัวที่สัมผัสเนื้อไก่ดิบด้วย
อกไก่ที่ปรุงแล้ว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ไม่เกิน 2 วัน
หากคุณอยากเก็บไว้นานกว่านั้นให้เก็บในช่องแช่แข็ง…

Categories: สุขภาพ

ขิงสมุนไพรไทยที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย

No Comments

อย่างที่เราทราบกันว่า ขิง นั้นคือพืชที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน
เป็นหนึ่งในสมุนไพรในการรักษาโรค,
เป็นเครื่องเทศหรือวัตถุดิบในการทำอาหาร
รวมไปถึงยังสามารถทำไปแปรรูปหรือเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางต่า
งๆ อาทิ สบู่ หรือ ครีม อีกด้วย
แต่ถึงแม้ว่า ขิง นั้นจะมีกลิ่นหอมฉุน แต่ใครหลายๆ
คนมักที่จะปฏิเสธการท่าน เนื่องจากว่ามันมีรสชาติที่เผ็ดร้อนและขม
ทำให้ไม่ค่อยจะถูกปากกันสักเท่าไหร่
แต่หารู้ไม่ไหวขิงนั้นจัดว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมากมาย
เราไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1.ช่วยลดอาการท้องอืด
โดยหลักๆ ประโยชน์ของ ขิง
นั้นจะช่วยในเรื่องของลดอาการท้องอืดเพราะขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤท
ธ์ร้อนสามารถช่วยขับลมกระเพาะอาหารรวมไปถึงยังสามารถกระตุ้นกา
รทำงานของลำไส้ ช่วยให้ระบบของร่างกายนั้นทำงานได้อย่างเต็มที่
2.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
สำหรับ ขิง
นั้นยังสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาห
วานได้ด้วย ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่า ผู้ที่รับประทานขิง
จะช่วยให้ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดนั้นดีขึ้น
แถมยังช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคแทรกซ้อน
นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดระดับของ คอเลสเตอรอล ได้อีกด้วย
3.ลดอาการบาดเจ็บข้อเสื่อม
มีผลการวิจัยมากมายเกี่ยวกับ สมุนไพรชนิดนี้
ว่ามีสรรพคุณช่วยในการลดอาการบาดเจ็บของผู้ที่ป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม
แต่ต้องใช้เวลาในการรักษาประมาณ 3 เดือนถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน

4.ลดอาการคลื่นไส้, เมารถ และ ปวดหัวไมเกรน
ด้วยความที่มีกลิ่นฉุนและรสชาติที่เผ็ดร้อน
ทำให้ช่วยในเรื่องอาการคลื่นไส้, อาเจียน หรือ เมารถต่างๆได้ด้วย
โดยมีงานวิจัย
พบว่าขิงสามารถช่วยป้องกันและบรรเทาอาการอาเจียนหลังจากการผ่า
ตัดและยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้
ารับเคมีบำบัด ส่วนในเรื่องของอาการปวดหัวไมเกรน ขิง
จะช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการเจ็บปวดเพราะจะเข้าไปสกัดฮอร์โ
มนที่เกี่ยวกับอาการอักเสบ
5.ช่วยในการลดน้ำหนัก

มีงานวิจัยออกมาว่าผู้ที่ดื่มน้ำขิงเป็นประจำจะช่วยให้ระบบการเผาผลา
ญพลังงานนั้นดีขึ้น
เพราะด้วยเหตุที่มีฤทธิ์ร้อนและได้เข้าไปกระตุ้นมีการดูดซึมสารอาหารแ
ละย่อยอาหารได้รวดเร็วขึ้น
ซึ่งนอกจากนี้ยังช่วยให้ความอยากอาหารนั้นน้อยลงด้วย
แต่ว่าต้องเป็นน้ำขิงที่ไม่ใส่น้ำตาลนะ
ซึ่งทางที่ดีควรเลือกขิงซองแบบสำเร็จรูปสูตรไร้น้ำตาลจะดีที่สุด
นี่คือเบื้องต้นของประโยชน์จาก ชิง
สมุนไพรที่ใครหลายคนมักจะมองข้ามไป
แต่ว่าทุกอย่างนั้นไม่ได้มีแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียว
หากรับประทานมากเกินไป
หรือผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานขิง
เพราะขิงนั้นมีสรรพคุณในการต้านการแข็งตัวของเลือดมากกว่ายาแอส
ไพริน เสียอีก…

Categories: ความงาม

มาส์กหน้ามีกี่แบบกันนะ

No Comments

ปัจจุบันสาว ๆ นิยมใช้มาส์กเพื่อดูแลผิวหน้าเพิ่มมากขึ้น
เพราะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยกระชับรูหุมขน
ลดความมัน ลดสิว ซึ่งเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย
แต่เนื่องจากปัจจุบันมีมาส์กให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบแผ่น
แบบโคลน ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
ลองมาทำความรู้สึกกับมาส์กแต่ละประเภทและเลือกใช้อย่างเหมาสมกันนะคะ
1. มาส์กครีม (Cream Mask)
มาส์กแบบครีมสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ แบบทิ้งไว้ 30 แล้วล้างออก
กับแบบพอกไว้ข้ามคืน ซึ่งมาส์กครีมแบบทิ้งไว้ 30 นาที
จะช่วยขัดเซลล์ผิวที่เสียให้ค่อย ๆ หลุดออกไป
สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้างมาส์กด้วยวิธีนี้จะสามารถทำความสะอาดได้หมดจด
แถมยังช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ เผยผิวใหม่ที่เนียน
กระชับขึ้น เมื่อครบ 30 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า
และอีกประเภทคือ มาส์กครีมพอกหน้า แบบทิ้งไว้ทั้งคืน หรือ Sleeping mask
โดยการมาส์กวิธีนี้เน้นการบำรุงผิวปรับสมดุลให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น
โดยใช้มาร์กครีมพอกหน้าทิ้งไว้ทั้งคืน
สามารถใช้ควบคู่ครีมบำรุงผิวหน้าตอนกลางคืนได้
ช่วยผลักดันให้ครีมบำรุงผิวค่อย ๆ ซึมเข้าผิวหนังอย่างอ่อนโยน
กระตุ้นให้ครีมบำรุงผิวตอนกลางคืนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้ว
ค่อย ๆ ล้างออก ที่สำคัญของการใช้ครีมมาส์กหน้าแบบนี้ คือ
ในขั้นตอนล้างนั้น ต้องล้างออกให้หมดจด
เพราะตัวครีมมีความเข้มข้นสูงถ้าล้างออกไม่หมดอาจจะก่อให้เกิดการอุดตันได้…

Categories: สุขภาพ