หมวดหมู่: สุขภาพ

คอเลสเตอรอล ภัยร้ายในผู้สูงอายุ

No Comments
สุขภาพความงาม

ภาวะคอเลสเตอรอลสูง เป็นภาวะที่สามารถพบเจอได้ ในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่
ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไปเป็นเวลานาน
ซึ่งการรักษาโดยทั่วไปก็คือการทานยาเพื่อควบคุมระดับไขมัน
หากมีปริมาณสูงเกินไปจะทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคเลือดสมอง เป็นต้น
เนื่องจากไขมันในเลือดสูงจะทำให้เกิดการสะสมของไขมันตามผนังหลอดเลือดจน
ที่สุดหลอดเลือดจะแคบทำให้ออกซิเจนมาเลี้ยงบริเวณต่างๆไม่พอ
ชนิดของโคเลสเตอรอลที่ควรรู้
– HDL เป็นโคเลสเตอรอลที่ดี ช่วยป้องกันการสะสมของโคเลสเตอรอลตามผนังหลอดเลือดได้
– LDL เป็นโคเลสเตอรอลที่ไม่ดี แต่พบมากที่สุดในร่างกาย LDLจะสะสมตามผนังหลอดเลือด
– Triglyceride(TG) การมีLDLสูง ร่วมกับTGสูง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้
ระดับค่าคอเลสเตอรอล
– ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 200 mg/dL (ถือว่าเหมาะสม)
– ระดับปานกลาง : 200 – 239 mg/dL (เริ่มอันตราย)
– ระดับสูง : มากกว่า 240 mg/dL (อันตรายมาก)
ระดับค่าไตรกลีเซอไรด์
– ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 150 mg/dL
– ระดับปานกลาง : 150 – 199 mg/dL
– ระดับสูง : มากกว่า 200 – 499 mg/dL
– ระดับสูงมาก : ตั้งแต่ 500 mg/dL ขึ้นไป
อาการของไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง
ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่อาจพบไขมันสะสมบริเวณตา และผิวหนังเป็นผื่นนูนเล็กๆสีเหลืองได้
และจะแสดงอาการในกรณีมีภาวะแทรกซ้อนแล้ว เช่น อาการของโรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น
และเมื่อมีอาการจะแสดงอาการดังนี้
– คลื่นไส้ อาเจียน
– มีเหงื่อออกตามร่างกาย
– ปวดหัว วิงเวียน หน้ามืด
– ตาพล่ามัว มองเห็นไม่ชัด
– หายใจถี่ ชีพจรเต้นเร็ว ใจสั่น
– มีอาการอ่อนแรง เช่น หยิบจับของแล้วของหล่น
– ปวด แน่น เจ็บหน้าอก ร้าวไปยังบริเวณคอ กราม ไหล่ แขน
– มีปื้นสีเหลืองที่ผิวหนัง เช่น หนังข้อศอก หัวเข่าและฝ่ามือ
อันตรายที่เกิดขึ้นจากภาวะไขมันในเลือดสูง
1.ไขมันส่วนเกินจะไปตกตะกอนตามผนังของ เส้นเลือด ทำให้ผนังเส้นเลือดหนาและแข็ง จะทำให้ตีบตันได้ง่าย
ถ้าเป็นที่เส้นเลือดหัวใจจะทำให้เกิดหัวใจขาดเลือด
2.ถ้าเป็นที่เส้นเลือดที่เลี้ยงสมอง จะมีโอกาสทำให้เส้นเลือดตีบตันเกิดอัมพาต
3.ถ้าเส้นเลือดไปเลี้ยงบริเวณขาไม่พอ ทำให้เวลาเดินแล้วปวดน่อง
4.ตับอ่อนอักเสบ
การดูแลตนเอง
– ลดการกินอาหารที่มีไขมันชนิดอิ่มตัวสูง(มันสัตว์, เครื่องใน, ไข่แดง และของทอด เป็นต้น), ลดน้ำหนัก,ออกกำลังกาย
– การรักษาด้วยยา แพทย์จะเป็นผู้คำนวณความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง
หากมีความเสี่ยงสูงจะพิจารณาให้การรักษาด้วยยา อย่างไรก็ตามต้องทำควบคู่กับการดูแลตนเองเสมอ…

Categories: สุขภาพ

“สุขภาพดีแถมผิวสวย” ได้ด้วย “การดื่มน้ำ”

No Comments
สุขภาพความงาม

หากอยากมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และผิวพรรณ แล้วล่ะก็
การดื่มน้ำเปล่าถือเป็นกุจแจสำคัญที่จะทำให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะ 70เปอร์เซ็น ของร่างกายเราเป็นน้ำ
ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจะลงผลดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
1. ลดอาการปวดหัว
หากมีอาการปวดหัวให้จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ จะช่วยให้เลือดลมไหวเวียนดี
ส่งผลให้อาการปวดหัวทุเลาลงไปได้
นอกจากนั้นยังสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบไว้ที่ขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวได้อีกทาง
2.ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
น้ำมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
เพราะน้ำจะช่วยลำเลียงอาการและสารอาหารต่างๆ
แต่ควรดื่มน้ำก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที
และดื่มอีกครั้งหลังทานอาหารผ่านไปแล้ว 40 นาที
3. กระตุ้นการเผาผลาญ
สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ แนะนำให้ดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ
เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญอาหารได้เป็นอย่างดี
ซึ่งจะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ง่ายขึ้น
4. ช่วยลดน้ำหนัก
เพราะการดื่มน้ำช่วยให้ราอิ่มท้อง และบรรเทาความหิวได้
ทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง
5. บำรุงหัวใจ
การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการเลือดข้น
ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือด
6. ผิวสวยหน้าใส
การที่ผิวของเราแห้ง ลอก หรือมันมากกว่าปกติ
ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการที่ผิวขาดน้ำ
ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการนั้นเอง
7. สดชื่นมีพลัง
เวลาที่รู้สึกว่าสมองเหนื่อยล้าจากการใช้งานหนัก หรือเสียเหงื่อจากการทำงานนานๆ
เพียงแค่ลองดื่มน้ำก็จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นมาได้
โดยน้ำที่แนะนำให้ดื่มควรเป็นน้ำสะอาดเพราะร่างกายจะสามารถนำไปใช้ได้ทันที
8. อารมณ์ดี
เมื่อเรามีผิวดี สุขภาพดี แล้ว จิตใจของเราก็จะดีตามไปด้วย
เพราะทุกอย่างในร่างกายถูกเชื่อมโยงกันไว้ด้วยกันหมด…

Categories: สุขภาพ

ใครนอนไม่ค่อยหลับ มาทำความรู้จักมะเขือเทศ

No Comments
สุขภาพ

มะเขือเทศ จัดเป็นผลไม้ตามคำนิยามของหลักทางพฤกษศาสตร์
เพราะผลไม้คือส่วนของรังไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่ของพืชดอก
ส่วนผักคือพืชที่กินได้ของพืชล้มลุก ไม่ว่าจะเป็นราก ใบ ก้าน หัว หน่อ ดอก
ซึ่งโดยปกติแล้ว คนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่า มะเขือเทศ คือผัก เพราะนำไปใช้ประกอบอาหารกันเป็นส่วนใหญ่
และมักคิดว่าผลไม้คือสิ่งที่ให้ความหวาน โดย มะเขือเทศที่นิยมรับประทานในประเทศไทย คือ มะเขือเทศสีดา และ มะเขือเทศราชินี
แถม มะเขือเทศ ยังถือเป็นผลไม้ที่คนทั่วโลกนิยมรับประทานกันมากที่สุด
โดยนิยมรับประทานกันมากกว่าผลไม้ยอดนิยมอันดับ 2 อย่าง
กล้วย มากถึง 16 ล้านตันต่อปี ส่วนผลไม้อันดับ 3 คือ แอปเปิ้ลและ ส้ม เท่านั้นไม่พอ มะเขือเทศ
ยังมีประโยชน์มหาศาลซ่อนอยู่ในผลสีกลมแดง เพราะเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด
อาทิเช่น วิตามินซี วิตามิเอ วิตามินเค วิตามินพี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก
โดยมะเขือเทศขนาดปานกลาง จะมีปริมาณของวิตามินซีครึ่งหนึ่งของ ส้มโอ ทั้งลูก
และมะเขือเทศหนึ่งผลมีปริมาณวิตามินเอ ที่ร่างกายต้องการจำนวน 1 ใน 3 ของวิตามินเอ
ที่ร่างกายต้องการต่อวันเลยทีเดียวนอกจากนี้ มะเขือเทศ ยังมีสารจำพวกไลโคปีน แคโรทีนอยด์
เบตาแคโรทีน และ กรดอะมิโน ทำให้ถูกจัดเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย เช่น ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ขับปัสสาวะ รักษาความดัน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม น้ำมะเขือเทศที่เราคั้นสดๆจะดีกว่าน้ำมะเขือเทศขวดหรือกล่องและไม่ควรเลือกรับประทานมะเขือเทศดิบ
เพราะอาจจะเป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่าจะได้รับประโยชน์ แต่การกินมะเขือเทศในปริมาณมาก ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด
ตามการรายงานจากผลวิจัยระบุว่าการรับประทานมะเขือเทศให้ได้ 10 ครั้งต่อสัปดาห์
ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากเพราะจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมาก และดีต่อสุขภาพผิวอย่างเห็นได้ชัดเจน
สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงามมะเขือเทศจึงเป็นผลไม้ที่ขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับผู้ที่มีปัยหาเรื่องการนอนหลับ
การดื่มน้ำมะเขือเทศก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้นอีกทั้งยังได้สุขภาพดี หน้าตาสดใสและสมองปลอดโปร่งติดตัวเป็นของแถมด้วย
ซึ่งการดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์ควรดื่มก่อนทานอาหารในช่วงท้องว่าง หรือดื่มหลังอาหารทันที
จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้นแต่อย่างที่บอกว่าไม่ควรทานแบบดิบ และไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวัน
เช่นเดียวกับผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคไตหรือผู้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ก็ไม่ควรทานเด็ดขาด…

Categories: สุขภาพ

เมนูสายฟิต ต้มอกไก่ อย่างไรให้อร่อย

No Comments
สุขภาพ

หากคุณกำลังลดน้ำหนัก อยากออกกำลังกาย หรือหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง
มักจะเน้นควบคุมอาหารควบคู่กันไปด้วย ซึ่งหนึ่งในวัตถุดิบที่นิยมกันก็คือ อกไก่
ที่ให้โปรตีนสูง และไขมันต่ำ ซึ่งการปรุงด้วยวิธีต้มนั้น
ถือเป็นวิธีทำอาหารจากอกไก่ที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีปรุงอกไก่ง่ายๆ ให้อร่อยและดีต่อสุขภาพมาฝากกัน
ส่วนประกอบ
– อกไก่
– น้ำเปล่า
– น้ำซุปผักหรือน้ำซุปไก่
– หอมใหญ่
– เกลือและพริกไทย
ขั้นตอนการเตรียมเนื้อไก่
1. ล้างอกไก่ โดยนำอกไก่ออกจากช่องแช่แข็ง เพื่อให้น้ำแข็งละลายก่อนนำไปต้ม
โดยคุณอาจละลายน้ำแข็งด้วยไมโครเวฟ หรือนำอกไก่แช่ในน้ำเย็นก็ได้
วิธีการต้มอกไก่ในน้ำเปล่า
1. หั่นอกไก่ออกเป็น 2 หรือ 3 ส่วน วิธีนี้ช่วยให้อกไก่สุกเร็วขึ้น
และสุกทั่วถึงกันทั้งชิ้นด้วย
2. เทน้ำใส่หม้อ รอให้น้ำเดือด จากนั้นใส่อกไก่ลงไป โดยให้น้ำท่วมอกไก่
เติมน้ำเพิ่มหากน้ำน้อยเกินไป
3. ต้มไปเรื่อยๆ จนน้ำเดือดอีกครั้ง จากนั้นหรี่มาใช้ไฟอ่อน
ปิดฝาหม้อและต้มจนเนื้อไก่ไม่เป็นสีชมพู
เวลาที่ใช้ในการต้มจะเร็วหรือนานขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นไก่
– อกไก่ติดหนังและกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 30 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 20-25 นาที หากอกไก่ถูกหั่นครึ่ง
ก็จะใช้เวลาต้มเพียง 15-20 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กประมาณ 2 นิ้วใช้เวลาต้มประมาณ10 นาที
4. ปิดไฟนำหม้อลงจากเตา เทน้ำออกจากหม้อ และตักไก่ใส่จาน
เนื้อไก่ควรเป็นสีขาวและใช้มือหรือส้อมฉีกได้ง่าย
5. เสิร์ฟเพื่อรับประทานได้ทันที หรือใส่อกไก่ต้มในสลัด ผัดผักก็ได้
โดยสามารถปรุงรสเพิ่มตามต้องการด้วยเกลือ พริกไทย หรือซอสต่างๆ
วิธีการต้มอกไก่ในน้ำซุป
1. เทน้ำซุปไก่หรือน้ำซุปผักใส่หม้อ หั่นหอมใหญ่บนเขียง จากนั้นใส่ลงในหม้อ
อาจเติมแครอท กระเทียม น้ำมะนาว หรือเครื่องเทศอื่นๆ ได้ตามต้องการ
2. ใส่อกไก่ลงไปในหม้อ โดยน้ำต้องท่วมอกไก่ให้มิด เติมน้ำหากน้ำน้อยเกินไป
หั่นอกไก่เป็น 2 หรือ 3 ชิ้น อกไก่จะสุกเร็วขึ้น
3. ตั้งหม้อบนเตาไฟ ต้มน้ำจนเดือดด้วยไฟแรง จากนั้นหรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อน
ปิดฝาหม้อและต้มจนเนื้อไก่เลิกเป็นสีชมพู
เวลาที่ใช้ในการต้มจะเร็วหรือนานขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นไก่
– อกไก่ติดหนังและกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 30 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกใช้เวลาต้มประมาณ 20-25 นาที หากอกไก่ถูกหั่นครึ่ง
ก็จะใช้เวลาต้มเพียง 15-20 นาที
– อกไก่ลอกหนังและไม่มีกระดูกที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กประมาณ 2 นิ้วใช้เวลาต้มประมาณ10 นาที
4. ปิดไฟ นำหม้อลงจากเตา เทน้ำออกจากหม้อ และตักไก่ใส่จาน
เช็คว่าเนื้อไก่สุกแล้วโดยการฉีกดูเนื้อข้างในว่าเป็นสีขาวทั้งหมดแล้ว
5. พร้อมรับประทาน โดยใส่อกไก่ต้มในสลัด ผัดผัก หรือฟาฮีต้า
ปรุงรสตามต้องการด้วยเกลือ พริกไทย สมุนไพร หรือซอสต่างๆ
เคล็ดลับ
อกไก่ที่ต้มในน้ำเปล่าจะมีรสชาติจืด ดังนั้นควรใส่น้ำซุปผัก
และปรุงรสไก่ด้วยเครื่องเทศและซอสต่างๆ
ที่สำคัญคือ อย่าลืมล้างมือก่อนและหลังจับเนื้ออกไก่ดิบ
เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโรค รวมทั้งทำความสะอาดและฆ่าเชื่อมีด จาน
และเคาน์เตอร์ครัวที่สัมผัสเนื้อไก่ดิบด้วย
อกไก่ที่ปรุงแล้ว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ไม่เกิน 2 วัน
หากคุณอยากเก็บไว้นานกว่านั้นให้เก็บในช่องแช่แข็ง…

Categories: สุขภาพ

มาส์กหน้ามีกี่แบบกันนะ

No Comments
สุขภาพ

ปัจจุบันสาว ๆ นิยมใช้มาส์กเพื่อดูแลผิวหน้าเพิ่มมากขึ้น
เพราะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยกระชับรูหุมขน
ลดความมัน ลดสิว ซึ่งเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย
แต่เนื่องจากปัจจุบันมีมาส์กให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบแผ่น
แบบโคลน ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
ลองมาทำความรู้สึกกับมาส์กแต่ละประเภทและเลือกใช้อย่างเหมาสมกันนะคะ
1. มาส์กครีม (Cream Mask)
มาส์กแบบครีมสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ แบบทิ้งไว้ 30 แล้วล้างออก
กับแบบพอกไว้ข้ามคืน ซึ่งมาส์กครีมแบบทิ้งไว้ 30 นาที
จะช่วยขัดเซลล์ผิวที่เสียให้ค่อย ๆ หลุดออกไป
สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้างมาส์กด้วยวิธีนี้จะสามารถทำความสะอาดได้หมดจด
แถมยังช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ เผยผิวใหม่ที่เนียน
กระชับขึ้น เมื่อครบ 30 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า
และอีกประเภทคือ มาส์กครีมพอกหน้า แบบทิ้งไว้ทั้งคืน หรือ Sleeping mask
โดยการมาส์กวิธีนี้เน้นการบำรุงผิวปรับสมดุลให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น
โดยใช้มาร์กครีมพอกหน้าทิ้งไว้ทั้งคืน
สามารถใช้ควบคู่ครีมบำรุงผิวหน้าตอนกลางคืนได้
ช่วยผลักดันให้ครีมบำรุงผิวค่อย ๆ ซึมเข้าผิวหนังอย่างอ่อนโยน
กระตุ้นให้ครีมบำรุงผิวตอนกลางคืนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้ว
ค่อย ๆ ล้างออก ที่สำคัญของการใช้ครีมมาส์กหน้าแบบนี้ คือ
ในขั้นตอนล้างนั้น ต้องล้างออกให้หมดจด
เพราะตัวครีมมีความเข้มข้นสูงถ้าล้างออกไม่หมดอาจจะก่อให้เกิดการอุดตันได้…

Categories: สุขภาพ

5 เคล็ดลับทำให้คุณหุ่นดี

No Comments
สุขภาพ

หุ่นดีทําไง 5 เคล็ดลับ อยากหุ่นดี ทำได้ง่ายนิดเดียว ไม่ใช่แค่สาวๆ เท่านั้นที่อยากหุ่นดี ผู้ชายหลายๆ
คนก็อยากจะมีรูปร่างที่ดีเช่นเดียวกัน แต่แน่นอนว่า คำว่าการมีรูปร่างที่ดีของหนุ่มๆ นั้น ไม่ได้หมายถึง
เรื่องของน้ำหนักที่น้อยเท่านั้น
แต่หมายความรวมถึง โดยรวมของร่างกาย ที่ต้องดูแล้วสมส่วนด้วย ซึ่งเราก็ได้นำเอาเคล็ดลับของบรรดาหนุ่มๆ
หุ่นฟิตมาฝาก ให้ได้ลองทำตามกัน ว่าแล้ว ก็ตามไปดูกันเลยจะดีกว่า “หุ่นดีทําไง”
ทำยังไงหุ่นดี
1.งดกินเค็ม
เพราะอาหารรสเค็มนอกจากจะทำให้ไตทำงานหนักแล้ว ยังทำให้ตัวบวมจากการดูดซึมน้ำที่ไม่ปกติอีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว การทานอาหารรสเค็มเป็นประจำมักจะทำให้ฮอร์โมนเกี่ยวกับการเผาผลาญ ทำงานไม่ปกติ
จนทำให้น้ำหนักเกินแบบถาวรได้
กินไรหุ่นดี
2.งดทานอาหารขยะ
หรืออาหารประเภทจั้งค์ฟู้ด เพราะนอกจากจะเป็นอาหารที่สารอาหารไม่ครบแล้ว ยังอุดมไปด้วยไขมัน โซเดียม
และแป้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อรับเข้าไปในร่างกายมากๆ
มักจะก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินได้อย่างไม่ยากนัก
หุ่นดีทํายังไง
3.เลี่ยงแป้งขัดขาว
ไม่ว่าจะเป็นแป้งขนมปัง หรือเบเกอรี่ต่างๆ เพราะน้ำตาลที่ได้จากแป้งเหล่านี้
จะเปลี่ยนเป็นไขมันอุดตันตามส่วนต่างๆได้ง่าย หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ หรือต้องการที่จะกินอาหารประเภทเบเกอรี่จริงๆ
แนะนำว่าให้กินเป็นแป้งโฮลวีทแทนจะดีกว่า
กินยังไงหุ่นดี
4.เลิกน้ำตาล
จริงๆ แล้วอาหารที่เรากิน ทุกวันนี้ มักจะมีความหวานจากธรรมชาติอยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณน้ำตาลเข้าไปในร่างกายอีก เพราะเจ้าน้ำตาลนี่แหละที่จะทำให้เรากลายเป็นหนุ่มหุ่นหมี
ที่ลงพุงอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น หากเลี่ยงได้แนะนำให้เลี่ยงจะดีกว่า
หุ่นดียังไง
5.ของทอดของมัน ต้องลด
อาหารมันๆ ทอดๆ กินกับอะไรก็อร่อย และแน่นอนในความอร่อยนั้น นอกจากจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพแล้ว
ยังทำให้น้ำหนักของเราพุ่งพรวดๆ ยิ่งกว่าระดับน้ำเวลาที่ท่วม กทม. ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น หาก อยากผอม
ไม่อยากอ้วนโดยไม่รู้ตัว ควรเลี่ยงของทอดของมัน จะดีที่สุด…

Categories: สุขภาพ

ความจำเสื่อม มะนาวช่วยได้

No Comments
สุขภาพ

มะนาว พืชสมุนไพรที่เป็นได้ทั้งผักและผลไม้ในตัวเดียวกันอุดมไปด้วยน้ำที่มีรสเปรี้ยวแต่ไม่ได้มีแค่รสชาติความเปรี้ยว
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นแต่เพียงเท่านั้นหากแต่กลับเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาสูงมาก
อีกทั้งยังมีดีต่อการบำรุงความสวยความงามด้วยโดยพันธุ์มะนาวที่นิยมปลูกในประเทศไทย
มีมากมายหลายชนิด ไล่ตั้งแต่ มะนาวไข่ ที่มีลักษณะผลกลมหัวท้ายจะยาว และมีสีอ่อนคล้ายกับสีของไข่เป็ด
ขนาดของผลมะนาวสายพันธุ์นี้ใหญ่ประมาณ 2-3 เซนติเมตรและมีเปลือกที่ค่อนข้างบาง
มะนาวทราย มีลักษณะของต้นเป็นพุ่มสวยสามารถนำมาทำเป็นไม้ประดับหน้าบ้านได้
อีกทั้งยังเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลตลอดปีทั้งนี้กลายเป็นมะนาวสายพันธุ์ที่ผู้คนไม่ค่อยนิยมนำมาบริโภคสักเท่าไหร่
เพราะรสชาติของน้ำมะนาวจะมีรสขมเจือปนอยู่ด้วยมะนาวแป้น จะมีขนาดของผลค่อนข้างใหญ่
ลักษณะของผลค่อนข้างกลมแป้น ให้น้ำมะนาวในปริมาณที่มากแถมยังมีเปลือกที่บาง
จัดเป็นสายพันธุ์ที่ผู้คนนิยมนำมาบริโภคเป็นส่วนมากและในทางเชิงพาณิชย์
เพราะสามารถบังคับให้ออกผลในฤดูแล้งได้ไปจนถึง มะนาวหนัง จะมีลักษณะของผลที่กลมยาว
ส่วนของหัวท้ายจะแหลมและเมื่อผลของมันโตเต็มที่ก็จะมีลักษณะผลเป็นกลมที่ค่อนข้างยาว
และมีเปลือกที่หนาดังนั้นจึงทำให้ผู้บริโภคสามารถเก็บมะนาวสายพันธุ์นี้ได้นาน
ซึ่งนอกจากน้ำมะนาวที่เรานำมาใช้ประกอบอาหารแล้วมะนาวยังช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ
ให้ความสดชื่นแก่ร่างกายและสามารถนำน้ำมันระเหยที่ได้ประมาณ 7% ในมะนาว 1 ลูกมาผสมเป็นน้ำยาทำความสะอาดได้
ขณะเดียวกัน มะนาว ยังช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมได้
ช่วยแก้ปัญหาขาลาย ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ช่วยรักษาสิว
ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วยขับเสมหะ
ช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด
โดยเฉพาะ น้ำมะนาว ที่มี วิตามินเอ วิตามินซี ฟอสฟอรัสแคลเซียม กรดมาลิค และกรดซีตริค ที่สูงมาก
ช่วยป้องกันร่างกายจากไข้หวัด ช่วยรักษาผิวแตก ส้นเท้าแตก
ช่วยแก้ปัญหาเล็บดำ และช่วยขจัดกลิ่นคาวต่างๆ ได้เท่านั้นไม่พอ เปลือกมะนาว ที่หลายคนมองข้าม
และมักโยนทิ้งลงถังขยะ ยังช่วยรักษาโรคกระเพาะได้ด้วยการนำมาชงกับน้ำอุ่น
หรือจะใช้ดมแก้อาการวิงเวียนศีรษะก็ได้
หรือจะนำไปหมักกับน้ำส้มสายชู ช่วยแก้หูดก็ได้เช่นเดียวกับในส่วน ใบมะนาว และ รากมะนาว
ที่ช่วยแก้อาการปัสสาสะกะปริบกะปรอย อาการผิดสำแดง แก้อาการไอ ฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก แก้อาการลมเงียบ
ช่วยฟอกโลหิต แถมยังช่วยรักษาไข้ทับระดูของสาวๆได้ด้วยนะเออ…

Categories: สุขภาพ

ลำดับการลงครีมบำรุงผิวก่อนนอน

No Comments
สุขภาพ

ลำดับขั้นตอนการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากที่ใครหลาย ๆ คนมองข้าม และยังเข้าใจผิด ๆ
ว่า ถ้าใช้ครีมบำรุงผิวที่ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเริ่มทาครีมอันไหนก่อนตรงส่วนไหนของผิวหน้าก่อน หรือหลังก็คงไม่แตกต่างกันหรอก
ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างร้ายแรงการทาครีมบำรุงผิวหน้าผิดลำดับก่อนหลัง
อาจเป็นต้นเหตุทำให้ครีมบำรุงผิวลดประสิทธิภาพลงทำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้านั้น ๆ เห็นผลน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น
อาจทำให้สุขภาพผิวของเราเสีย ผิวแห้ง หรือแพ้ครีมบำรุงผิวหน้าได้ดังนั้นลองอ่านคำแนะนำเหล่านี้ และปรับใช้ให้ถูกต้องกันนะคะ
สำหรับ วิธีเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้านั้น
เริ่มจากครีมบำรุงผิวหน้าที่มีเนื้อเบาบางก่อน แล้วค่อยทาครีมเนื้อหนักทีหลัง
(ในส่วนของครีมบำรุงผิวหน้าเนื้อหนักและครีมบำรุงผิวหน้าเนื้อเบาเป็นแบบใด หรือเราจะรู้ได้อย่างไร
มีวิธีการสังเกตได้จากการสัมผัสเนื้อครีมนั้นเองเพราะดูจากความแตกต่างว่าครีมตัวไหนเหนอะหนะ เวลาทาแล้วหนักผิว
หรือครีมบำรุงผิวหน้าตัวใดที่ทาแล้วรู้สึกบางเบากับผิวมีการซึมเข้าสู่ผิวเราได้ดีกว่า)
และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการรักษาลงไปก่อนแล้วจึงตามด้วยการทาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า
วิธีเรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง
1. เริ่มจากการใช้บูสเตอร์ และอายครีมก่อนเป็นลำดับแรกสุดเสมอ
2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการรักษา เช่น ทายาแต้มสิวอักเสบเฉพาะจุด
และเว้นการทาครีมบำรุงผิวหน้าทุกชนิดตรงบริเวณที่ทายาลดสิว
ในส่วนของครีมบำรุงผิวหน้าในกลุ่มผลัดผิว เช่น บีเอชเอ (BHA), เอเอชเอ (AHA)
หรือ หรือครีมบำรุงผิวประเภทพวกทรีทเม้นท์ เช่น เรตินอล (Retinol)ให้ทาก่อนพวกมอยส์เจอไรเซอร์
3. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงผิวในกลุ่ม Anti – Aging,
Whitening, Moisturizer ถ้ามีครีมบำรุงผิวเนื้อเบาให้ทาก่อน โดยเริ่มจาก Serum &
Essence & Concentrate ตามลำดับ
4. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงในกลุ่ม Anti – Aging, Whitening,
Moisturizer ถ้ามีครีมบำรุงผิวเนื้อหนักให้ทาทีหลัง เช่น Cream & Lotion & Emulsion
ดังนั้นก่อนการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าตัวไหนก็ตามควรจะทำความเข้าใจหน้าที่ของครีมแต่ละตัวให้ดีเสียก่อน
เพื่อจะได้ไม่เสียเงินซื้อครีมบำรุงผิวหน้ามามากเกินความจำเป็นให้พิจารณาตามความต้องการของผิวหน้าแล้ว
อย่าประโคมครีมทั้งหมดลงบนผิวหน้าเยอะมากเกินไป เพราะยิ่งทามากผิวหน้ายิ่งอุดตัน และทำให้เกิดสิวได้ เพราะการทาครีมบำรุงผิวเยอะ ๆ
ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปสำหรับวิธีการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้ครีมบำรุงผิวหน้าทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด…

Categories: สุขภาพ

หากกัญชาถูกกฎหมายในไทย

No Comments
สุขภาพ,ความงาม

ปัจจุบันในประเทศไทย กัญชาถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตาม
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522
ซึ่งมีโทษทางอาญากับผู้เสพและผู้ครอบครอง
โดยไม่มีการอนุญาตให้นำมาใช้ในทางการแพทย์ แต่ล่าสุดนิด้าโพล
ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “กัญชา ประโยชน์หรือโทษ” จำนวน
1,250 หน่วยตัวอย่าง และเมื่อถามถึงการทราบหรือเคยได้ยิน
เกี่ยวกับประโยชน์ของกัญชา ที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้
พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ระบุว่า ทราบและเคยได้ยินถึง 68.24%
ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีกฎหมายเฉพาะ ให้ใช้กัญชาเป็นยารักษาโรค
โดยถูกกฎหมายในอนาคต พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 72.40% เห็นด้วย
เพราะกัญชามีประโยชน์หลายอย่าง น่าจะใช้ในการรักษาโรคได้
ถ้านำมาใช้กับทางการแพทย์ ก็คาดว่าน่าจะเกิดประโยชน์อย่างมากและต่างประเทศก็ทำกัน
และก็มีได้รวบรวมประโยชน์และโทษของกัญชา มาให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจกัน
รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีประเทศใดบ้างที่กัญชาถูกกฎหมาย
สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์ได้
และสำหรับประเทศไทยแล้วข้อเสนอแนะของประชาชนที่ทำผลการสำรวจทั้งหมด
1,250 คน จะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง
หากในอนาคตประเทศไทยจะทำให้กัญชานั้นถูกกฎหมาย เพื่อการรักษาโรค

ประโยชน์ของกัญชา ในทางการรักษาโรค
-ในทางการแพทย์ กัญชาถูกนำไปผสมกับอาหาร เพื่อช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร
-จากการศึกษาของสำนักปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติอเมริกัน พบว่า
กัญชามีสรรพคุณในการฆ่าเซลล์มะเร็ง และทำให้เนื้อร้ายในสมองเหี่ยวลดลงได้
-สาร Cannabinoids ในกัญชา ช่วยปรับสมดุลต่างๆ ในร่างกาย
ทำให้ผู้ใช้ลดการแสดงพฤติกรรมรุนแรงในทางด้านอารมณ์ได้
(หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม)
-ในแคนาดามีการใช้สเปรย์ที่มีส่วนผสมของ Cannabinoid
เพื่อรักษาโรคที่เกิดจากการอักเสบของสมองและไขสันหลัง

โทษของกัญชา
มีฤทธิ์กระตุ้นและกดประสาท ทำให้มีอาการเซื่องซึม
หากใช้ในปริมาณมากจะหลอนประสาท ทำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว หวาดระแวงและควบคุมตัวเองไม่ได้
ทำให้สมองและความจำเสื่อม เกิดความสับสน วิตกกังวล มีปัญหาในการตัดสินใจ
มีฤทธิ์ทำลายสมรรถภาพทางกาย ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมและอ่อนแอ
มีฤทธิ์ทำลายความรู้สึกทางเพศ ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในชายลดลง
หากใช้กัญชาเป็นระยะเวลานาน จะนำมาซึ่งภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
และก่อให้เกิดความผิดปกติของหัวใจ ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว…

Categories: สุขภาพ

กะเพรา อาหารสิ้นคิด ชีวิตมีความสุข

No Comments
สุขภาพ,ความงาม

กะเพรา คือ ผักที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารเป็นเมนูจานเด็ดอย่างเช่น
ผัดกะเพรา ซึ่งเมนูนี้หลายคนมักจะทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆพร้อมด้วยไข่ดาวอยู่เป็นประจำ
ว่าแต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าประโยชน์ของกะเพรามีอะไรบ้าง
กะเพรา สมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์โดยเป็นพืชผักที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย
ผู้คนมักนำมาใช้เป็นยาอายุรเวชเพื่อปรับสมดุลของความเครียดที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
ทั้งนี้ยังมีการนำ กะเพรา มาใช้ในการรักษาอาการป่วยต่างๆอีกด้วย
เนื่องจากสรรพคุณทางยาของกะเพรานั้นมีมากมายไม่ว่าจะช่วยรักษาไข้หวัด โรคหอบ หลอดลมอักเสบ โรคเบาหวาน อาการปวดหู
ปวดศีรษะ และอาการภายในท้อง รวมทั้งมีความเครียด
ที่สำคัญยังช่วยต้านพิษงูและแมงป่องอีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ในการไล่ยุงได้
สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของกะเพราก็อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย
ไม่แพ้พืชสมุนไพรชนิดอื่นเลยทีเดียว ซึ่งได้แก่ เบต้าแคโรทีน7,857 ไมโครกรัม วิตามินซี 22 มิลลิกรัม
และยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินเอ ฟอสฟอรัสและสารอื่นๆ
นอกจากการปรุงแต่งรสชาติอาหารให้ยิ่งหอมอร่อยอย่างมีเอกลักษณ์แล้ว กะเพรา ยังเป็นผักที่ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกายมากมาย
โดยประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกะเพราก็มีดังนี้
ใบกะเพรามีประโยชน์ช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้เป็นอย่างดีโดยการตำใบกะเพราผสมเข้ากับเหล้าขาว
แล้วนำมาทาบริเวณที่ถูกสัตว์มีพิษกัดต่อยก็ช่วยแก้พิษได้แล้วทั้งนี้ไม่ควรนำส่วนผสมที่ได้มาทานเด็ดขาด
เนื่องจากจะมีสารยูจีนอลที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร และยังอาจทำให้เกิดอาการโคม่าได้อีกด้วย
การทานใบกะเพราบ่อยๆ ในช่วงหลังคลอดจะช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมที่มากพอต่อการให้ลูกน้อยได้ดื่ม
ทั้งนี้คุณแม่สามารถเอาใบกะเพรามาใส่ผสมลงไปในเมนูอาหารต่างๆ ได้ตามต้องการ สำหรับเมนูที่อยากแนะนำก็คือ แกงเลียง
ซึ่งคุณแม่สามารถใส่ใบกะเพราประมาณ 1 กำมือเข้าไปแค่นี้ก็จะช่วยให้รสชาติอาหารอร่อย
แถมยังช่วยเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่หลังคลอดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งใบกะเพรามีฤทธิ์ในการขับไขมันและน้ำตาล
ที่เป็นส่วนเกินออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้นไม่พอ กะเพรา ยังช่วยลดระดับของไขมันในร่างกาย
รวมทั้งช่วยลดระดับของน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้อีกเช่นกัน
ทั้งนี้ได้มีการทดลองใช้ใบกะเพราในการทดลอง
ผลปรากฏว่าระดับไขมันโดยรวมลดลง
ใบกะเพรา ถือเป็นผักที่มีสรรพคุณช่วยป้องกันมะเร็งได้ดีโดยได้มีการนำมาศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในเวลาต่อมา
และยังได้มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาของใบกะเพราว่าสามารถช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งในช่องปากได้
โดยได้มีการนำเอาสารสกัดชนิดน้ำและชนิดผงจากใบกะเพราแบบเข้มข้นและแบบอ่อนมาทดลองกับเซลล์มะเร็งช่องปาก
พบว่าสารสกัดทั้งสองนั้นมีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งในช่องปากได้อย่างมีนัยสำคัญ…

Categories: สุขภาพ