หมวดหมู่: ความงาม

สุดยอด 5 ผักบำรุงสายตา

No Comments

1.ผักบุ้ง ผักที่ช่วยบำรุงสายตาได้ดีมาก มีทั้งวิตามิน A และวิตามิน C รวมถึงเบต้า-
แคโรทีน เป็นวิตามินที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้อย่างดี นอกจากผักบุ้งจะวิตามินแล้ว
ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด
2.แครอท ประกอบด้วยสารเบต้าแคโรทีน
เบต้าแคโรทีนจะพบในแครอทมากที่สุดในผักสีส้ม แครอทมีวิตามิน
และแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด เบต้าแคโรทีนคือ วิตามินเอ
สามารถช่วยในการบำรุงรักษาดวงตาได้ดี วิตามินเอเป็นตัวช่วยให้มีผิวดี
อีกทั้งยังสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ เช่นมะเร็งได้ดี
3.ผักตำลึง มีเบต้าแคโรทีน สารกลุ่มแคโรทีนอยด์
ช่วยทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา
4.ผักคะน้า คะน้ามีสารต้านอนุมูลอิสระ คือวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน มีวิตามินเอ
ช่วยบำรุงสายตาได้ดี
5.ฟักทอง สามารถช่วยบำรุงสายตาได้ อีกทั้งยังดูแลผิวพรรณ การย่อยอาหาร ตับ
ไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่า… ทำให้ฟักทองสามารถช่วยต้านมะเร็งได้ดี.…

Categories: ความงาม

หลายคนยังไม่ทราบว่า ปัสสาวะบอกโรคได้!!

No Comments

ปัสสาวะ คือ ของเสียที่ไตกรองออกมาจากเลือด แล้วคุณรู้ไหมว่า…ปัสสาวะที่ผิดปกติ
ก็เป็นสัญญาณที่สามารถบ่งบอกโรคได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคไต
โรคเบาหวาน โรคตับ ฯลฯ โดยเราสามารถสังเกตความผิดปกติได้จาก
ปัสสาวะที่เปลี่ยนสีไป

1.ปัสสาวะสีเหลือง หรือใส : ปัสสาวะปกติ
2.ปัสสาวะสีดำ : อาจเกิดจากปัญหาที่เม็ดเลือดแตก
3.ปัสสาวะมีน้ำตาลออกมาด้วย : มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
4.ปัสสาวะมีไข่ขาวเป็นฟองมากออกมา : มีความเสี่ยงเป็นโรคไต
5.ปัสสาวะทิ้งไว้เห็นเป็นตะกอนสีชมพูอ่อน : อาจมีกรดยูริคมาก
มีความเสี่ยงเป็นโรคเกาต์
6.ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม เหมือนน้ำชา : เกิดจากการดื่มน้ำน้อย
7.ปัสสาวะมีสีเหลืองมากเหมือนขมิ้น : ตับอาจเกิดปัญหา
8.ปัสสาวะมีสีขุ่นแสบขัด : แสดงว่าร่างกายอาจเกิดการติดเชื้อ
9.ปัสสาวะเป็นเลือด : อาจมีอาการนิ่ว ไตอักเสบ หรือมะเร็งได้…

Categories: ความงาม

5 วิธีป้องกันผิวหน้าย่นเวลานอน

No Comments

1.นอนหงาย

การนอนคว่ำหรือนอนหันข้างจะทำให้ใบหน้าถูกกดทับ นานวันเข้าจะทำให้ผิวหน้าเกิดรอยที่ไม่ต้องการ ดังนั้นสามารถป้องกันได้โดยการนอนหงาย ดร.เดบรากล่าวว่า หลายคนอาจคิดว่านอนหงายเป็นท่าที่ไม่สบายและไม่อาจการันตีได้ว่ากลางดึกจะพลิกตัวจากท่านอนหงายไปหรือเปล่า แต่เธอกล่าวว่า ท่านอนเป็นสิ่งที่ฝึกกันได้ถ้าทำซ้ำๆ ทุกคืน

2.ใช้หมอนดีไซน์พิเศษ

เธอได้กล่าวถึงหมอนดีไซน์พิเศษที่ชื่อ ไนท์ พิลโลว (NIGHT Pillow) ราคาแพงเกือบ 5,000 บาทพร้อมคุณสมบัติหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ป้องกันการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า ไม่สะสมฝุ่นละอองที่ทำให้ผิวหน้าไม่สะอาด และช่วยรักษาความชุ่มชื้นบนใบหน้า ซึ่งสองคุณสมบัติหลังเป็นปัจจัยทำให้ผิวหน้าอิ่มไม่มีริ้วรอย แต่หากต้องการสวยแบบราคาประหยัดเธอแนะนำ หมอนรองคอ ให้นำมาใช้เวลานอนปกติเพื่อไม่ให้พลิกไปทางอื่น ซึ่งต้องเลือกพื้นผิวที่ไม่หยาบกระด้างให้ระคายผิว

3.เปลี่ยนปลอกหมอน

หากการเปลี่ยนท่านอนยากเกินไป ดร.เดบราแนะนำให้เปลี่ยนปลอกหมอนแทน โดยเปลี่ยนจากผ้าฝ้ายธรรมดาให้เป็นผ้าไหมหรือผ้าซาติน ที่มีผิวสัมผัสเนียนลื่นและไม่เป็นรอย

4.บำรุงผิวหน้า

นอกจากไนท์ครีมที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าขณะนอนหลับแล้ว น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีและราคาไม่แพง โดยให้ทาบางๆ หลังล้างหน้าทุกคืน ทิ้งไว้ให้มันซึมเข้าผิว จากนั้นตื่นขึ้นมาจะมีผิวหน้าที่นุ่มขึ้นอย่างชัดเจน

5.นอนให้เพียงพอ

อาจฟังดูธรรมดา แต่การนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงจะช่วยฟื้นฟูผิวอย่างเป็นธรรมชาติ…

Categories: ความงาม

อาหารช่วยควบคุมน้ำหนัก

No Comments

วิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุดไม่ใช่การออกกำลังกาย แต่เป็นการคุมอาหารไม่ให้เรากินมากจนเกินไป พลังงานที่ได้รับจากอาหารต้องไม่เหลือเฟือจนกลายเป็นไขมันสะสม แล้วอาหารลดน้ำหนักง่าย ๆ ที่เรากินแล้วน้ำหนักจะไม่ขึ้น เราต้องกินยังไง

  1. เมล็ดเจีย

ธัญพืชที่จัดเป็นซูเปอร์ฟู้ดตัวจิ๋ว เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งไฟเบอร์ โปรตีน และไขมันชนิดดี

  1. กีวี

ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานที่คับแน่นไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและมีวิตามินที่ดีต่อผิวพรรณอีกต่างหาก

  1. แตงโม

ผลไม้ฉ่ำน้ำที่หากินได้ทุกฤดู รสชาติก็อร่อยชื่นใจ ยิ่งแช่เย็นยิ่งเพิ่มความเฟรชให้ร่างกาย แคลอรีในแตงโมก็ไม่มาก แถมทำให้หายอยากอาหารหวาน ๆ ได้ด้วยนะ

  1. อะโวคาโด

ซูเปอร์ฟู้ดอีกชนิดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง มีไขมันชนิดดีที่จะช่วยขับไขมันชนิดเลวในร่างกาย ช่วยลดน้ำหนักได้ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย

 …

Categories: ความงาม

สุขภาพ.ความงาม. ขั้นตอนการดูแลผิวหน้าให้ขาวอยู่เสมอ

No Comments

เวลาโดนทักว่าไปทำอะไรมาทำไมหน้าหมองคล้ำจัง
บางคนอาจทักหนักกว่านั้นว่า
นี่เธอทำไมหน้าหมองคล้ำเหมือนคนโดนของเลย
เวลาโดนทักกันแบบนี้ก็ถึงกับเสียเซลฟ์ขาดความมั่นใจกัน
ไปเลย เเละต้องแอบไปส่องกระจกดูใบหน้าว่า
หน้าตาตัวเองเป็นอย่างไร พอได้ส่องกระจกดูจริง ๆ จัง ๆ
ตัวเราเองอาจรู้สึกตกใจว่า
ทำไมใบหน้าถึงหมองคล้ำขนาดนี้
ต้องรีบหาวิธีบำรุงเพื่อให้ใบหน้ากลับมาสดใส
เเละเราก็มีวิธีในการดูแลผิวหน้า
ทำให้ใบหน้าลดความหมองคล้ำ มีความกระจ่างใส
ให้ผิวเนียนนุ่ม และดูมีสุขภาพดีเป็นธรรมชาติมาฝากกัน
ไปดูกันดี ว่าเราต้องทำอะไรกันบ้าง
อย่างเเรกให้ทำความสะอาดผิวหน้า
ในการทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ
โดยก่อนล้างหน้า
ควรเช็ดเครื่องสำอางให้ออกหมดก่อนด้วยผลิตภัณฑ์ทำคว
ามสะอาดสำหรับผิวหน้ของเรา
เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วก็ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างห
น้าที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง หลังล้างหน้าเสร็จ
ก็ใช้โทนเนอร์เช็ดอีกครั้งหนึ่ง
เป็นสิ่งสุดท้ายสำหรับการทำความสะอาดหน้า
เพราะโทนเนอร์จะช่วยกระชับรูขุมขขนของเรา
และควรใช้โทนเนอร์ชนิดที่ไม่มีแอลกอฮอล์

เพราะจะทำให้ผิวแห้งตึงเกินไป
ขั้นตอนต่อมาผลัดเซลล์ผิวเก่าออก
เเล้วทำไมต้องให้เซลล์ผิวเก่าถูกขจัดออกไป
เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ
เนื่องมาจากเซลล์ผิวเก่าไม่หลุดลอกออกไปหรือหลุดลอกช้

เเละจะทำให้เกิดการหมักหมมของเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพเป็
นจำนวนมาก
ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวหมองคล้ำแล้วยังทำให้ผิวหยาบกร้
านด้วย
และส่งผลให้การดูดซึมของครีมบำรุงลงสู่ชั้นผิวหนังได้น้อ
ยลง จึงควรหมั่นสครับหน้าอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกไป
และจะได้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่
การประคบผิวหน้าด้วยไอน้ำและทาครีมบำรุง เป็นวิธีง่าย ๆ
ในการประคบผิวหน้าด้วยไอน้ำ คือ เตรียมน้ำอุ่นไว้
แล้วนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นและบิดหมาด ๆ
เสร็จแล้วนำมาประคบบนผิวหน้า
เพื่อช่วยให้รูขุมขนเปิดออกและกระตุ้นการไหลเวียนของเ
ลือดบนใบหน้า หลังจากประคบหน้าแล้วก็ทาครีมบำรุงต่าง
ๆ ได้เลย เพราะเมื่อรูขุมขุนเปิดเเล้ว
การทาครีมบำรุงเหล่านี้ก็จะสามารถลงไปถึงชั้นที่ลึกที่สุดไ
ด้
สำหรับคนหน้ามันพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ครีมบำรุงที่มีส่
วนผสมของน้ำมันเพราะจะลงไปอุดตันในรูขุมขนได้
และยังทำให้หน้ามันยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
หรือในขณะที่ทาครีมอาจจะนวดหน้าเบา ๆ

ไปพร้อมกันเลยก็ได้
มันจะยิ่งช่วยให้การทาครีมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ทาครีมกันแดด ขั้นตอนนี้เป็นอีกขั้นตอนสำคัญอย่างมาก
เพราะในชีวิตประจำวันเราต้องเผชิญกับแสงแดด
และแสงจากจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ
ซึ่งส่งผลต่อผิวหน้าของเรา
ฉะนั้นจึงควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง
เผื่อป้องกันจากแสงเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้เกิดฝ้า กระ
ริ้วรอยต่าง ๆ ขึ้นมาได้
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายของเรา
และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยค่ะ
ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รู้สึกสดชื่นได้ทุกวันเวลา
ต้องดื่มน้ำสะอาด
การดื่มน้ำที่สะอาดในจำนวนที่เพียงพอต่อร่างกายในทุกๆวั
น จะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล
และยังส่งผลต่อผิวอีกด้วย
ซึ่งปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันโดยเฉลี่ย คือ 6ถึง8 แก้ว
สุดท้ายการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6 – 8
ชั่วโมงด้วยกัน จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย
หรือที่เรียกกันว่า ฮอร์โมนหนุ่มสาว
เวลาที่ฮอร์โมนชนิดนี้หลั่ง คือช่วงเวลาตั้งแต่ 4 ทุ่ม จนถึงตี
5 และจะหลั่งออกมาดีที่สุด คือ

ช่วงเวลาเที่ยงคืนจนถึงตอนตี 1
ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่หลับลึกที่สุด ดังนั้นจึงควรนอนก่อนตี
1 เพื่อให้เราได้รับ Growth Hormone อย่างเต็มที่…

Categories: ความงาม

หลีกเลี่ยงความชราให้มากที่สุด กับหลากเคล็ดลับชะลอความแก่

No Comments

มนุษย์เราเกิดมาก็ย่อมต้องเจอกับปัญหาความชรากันเป็นปกติ
แต่มันคงจะเป็นเรื่องดีกว่าถ้าหากว่าชะลอให้มันเกิดขึ้นช้าลง
และนี่ก็คือหลากเคล็ดลับที่จะช่วยให้มันเป็นเช่นนั้นได้

เริ่มแรกก็คือการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของมนุษย์เราจะสร้างมันขึ้นมาได้เอง
แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างก็อาจทำให้ร่างกายผลิตมันออกมาได้น้อยลง
ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการเสริมสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไปอีก
ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

สำหรับอาหารที่มีประโยชน์ซึ่งช่วยให้ร่างกายสร้างสารต้านอนุมูลอิสระขึ้นมาก็คือ
อาหารที่มีวิตามินอี, วิตามินซี และสังกะสี
ซึ่งการรับประทานอาหารในประเภทนี้อย่างเป็นประจำก็จะส่งผลต่อสภาพร่างกาย
ที่จะแก่ชราช้าลงด้วย

นอกจากเรื่องของอาหารแล้วก็ยังมีเรื่องของไลฟ์สไตล์
การใช้ชีวิตที่ถ้าปรับอะไรดูได้บ้างก็จะส่งผลต่อการชะลอความแก่
เริ่มต้นกันที่เรื่องของสภาพจิตใจกันก่อน
นั่นก็คือเราจำเป็นจะต้องเป็นคนที่มองโลกในแง่บวก
ไม่พยายามเก็บเอาความเครียดทั้งหลายทั้งปวงมาคิดให้รกสมอง
ถ้าหากว่าเราคิดลบจนเกินไปก็จะทำให้อารมณ์แย่ลงฝังรากลึกลงไปถึงจิตใต้สำนึ
ก ในระยะยาวก็จะส่งผลต่อไปยังเรื่องอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งความชราก็เป็นหนึ่งในนั้น

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน
เพราะจะทำให้ร่างกายได้มีโอกาสซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ
ทางที่ดีก็ควรหลับให้ได้ราวๆ 7-8 ชั่วโมงเป็นประจำ
แม้ว่ามันอาจจะดูยากในสังคมสมัยนี้ที่มีกิจกรรมและมีภาระหน้าที่เยอะก็ตามที

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้เราแก่ช้าลงเช่นกัน
แต่ก็จะต้องควบคุมให้มีความเหมาะสม ไม่หักโหมจนเกินไป
เพราะว่าอาจกลายเป็นผลเสียได้
ให้ออกกำลังกายแค่พอรู้สึกว่าตัวเองได้เหงื่อได้เหนื่อยก็เพียงพอแล้ว

นอกเหนือไปจากนี้ก็ยังมีเรื่องของการบำรุงผิว การเสริมความสวยความงามต่างๆ
ซึ่งในสมัยนี้มีให้เปิดบริการกันมากมาย
นี่ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยชะลอความแก่ให้กับเราได้โดยตรง
แต่ก็ไม่ควรหวังพึ่งวิธีนี้แต่เพียงอย่างเดียว ควรทำอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย
เพื่อให้ส่งเสริมกันและกัน และให้เกิดผลดีที่สุด

แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้วเมื่อเราอายุมากขึ้น เราก็คงต้องแก่กันตามสภาพอยู่ดี
แต่ถ้าทำตามเคล็ดลับต่างๆ ที่แนะนำมาได้
มันก็คงเป็นเรื่องดีกว่าอยู่แล้วที่เราจะชะลอให้ความแก่ชรานั้นมาช้าลง
นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว…

Categories: ความงาม

ทำไมการลดไขมันส่วนพุงถึงยากที่สุด

No Comments

ไขมันส่วนพุง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
ไม่ใช่แค่เฉพาะคนอ้วนเท่านั้น คนผอมบางคนที่มีสัดส่วนบริเวณอื่นๆ
เล็ก แต่ทว่าพุงกับโต ซึ่งมีความเชื่อผิดๆ
กับการลดไขมันเฉพาะส่วนโดยเฉพาะพุง
เพราะจริงๆแล้วไม่สามารถทำได้ ต่อให้คุณออกกำลังกาย ซิกแพค
วันล่ะ 50-100 ครั้งก็ไม่สามารถเห็นซิกแพคได้
เนื่องจากว่าไขมันนั้นบดบังอยู่นั่นเอง
วันนี้เราจะมาพูดถึงกันว่าทำไม ไขมันส่วนพุงนั้นถึงลดยากมาก
รวมไปถึงเทคนิคการออกกำลังกายที่ถูกต้องที่ช่วยให้พุงลดลงด้วย

สำหรับการลดการสะสมไขมันในร่างกายนั้นมีขั้นตอนไปตามกระบวนก
ารเมื่อพลังงานนั้นมากเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้หมด
ร่างกายจึงเปลี่ยนสภาพพลังงานเหล่านั้นมาเป็นพลังงานสะสม
ซึ่งพลังงานสะสมในร่างกายนั้นถูกเก็บส่วนใหญ่ๆในรูปของ
“ไขมันในร่างกาย” ซึ่งแบ่งย่อยได้เป็น ไขมันในกล้ามเนื้อ
ไขมันในผิวหนัง และ ไขมันในช่องท้อง เช่น
ในผู้ชายไขมันสะสมมากบริเวณท้อง หรือ พุง เอว หลังส่วนล่าง
ต้นขาบ้างประปรายตามลำดับ ในขณะที่ผู้หญิงจะสะสมไขมันที่ เอว
มากกว่าพุง และสะสมที่ต้นแขน ต้นขามากกว่าผู้ชาย
ให้เราจินตนาการง่ายๆ
เปรียบเสมือนว่าร่างกายของเรานั้นเป็นเหมือนกันสระว่ายน้ำ
ไขมันก็จะสะสมไปยังที่ต่างๆ แตกต่างกันไป
เรียกได้ว่าทุกส่วนของร่างกาย
และส่วนพุงนั้นเป็นจุดที่ลึกที่สุดของสระน้ำ
ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะลดไขมันเฉพาะส่วน
ถึงแม้ว่าคุณจะออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อส่วนท้องก็ตาม

เพราะร่างกายนั้นจะดึงพลังงานจากไขมันทุกส่วนออกมาใช้
ไม่ใช่แค่พุงอย่างเดียวเท่านั้น
ซึ่งพูดง่ายๆเลยคือเราไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้
แต่ว่าสามารถสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนได้
ส่วนคำถามแล้วจะทำอย่างไรให้พุงลด ซึ่งเรามีข้อแนะนำดังนี้
1.คุมอาหาร
อันดับแรกที่จะทำให้ไขมันในร่างกายลดลงคือการคุมอาหาร
เรื่องทานแต่ของที่ประโยชน์และต้องทานให้ครบ 5 หมู่
หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของ มัน, ทอด น้ำตาล
ส่วนแป้งนั้นห้ามขาดต้องทานเสมอ
เพียงแค่ว่าควรที่จะลดจำนวนให้น้อยลง และเพิ่มโปรตีนกับผักเข้าไป
2.ออกกำลังกายคาร์ดิโอ

การคาร์ดิโอนั้นช่วยให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้ได้มีประสิทธิภาพมาก
ที่สุด ซึ่งกิจกรรมง่ายๆ เช่นการเดินวันล่ะ 30 นาที, การวิ่งจ๊อกกิ้ง,
ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, เต้นแอโรบิค หรือ เวทคาร์ดิโอ
โดยใช้น้ำหนักตัวของเราก็ช่วยได้เช่นกัน
ซึ่งหากคุณทำตาม 2 ข้อเบี้องต้นนี้
รับรองว่าไขมันในร่างกายจะลดลงอย่างแน่นอน
แต่จะลดส่วนไหนก่อนอันนี้เป็นไปตามกรรมพันธ์ของแต่ล่ะคน
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะลดที่หน้าก่อนตามด้วยแขนขา
และสุดท้ายคือพุงนั้นเอง…

Categories: ความงาม

ขิงสมุนไพรไทยที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย

No Comments

อย่างที่เราทราบกันว่า ขิง นั้นคือพืชที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน
เป็นหนึ่งในสมุนไพรในการรักษาโรค,
เป็นเครื่องเทศหรือวัตถุดิบในการทำอาหาร
รวมไปถึงยังสามารถทำไปแปรรูปหรือเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางต่า
งๆ อาทิ สบู่ หรือ ครีม อีกด้วย
แต่ถึงแม้ว่า ขิง นั้นจะมีกลิ่นหอมฉุน แต่ใครหลายๆ
คนมักที่จะปฏิเสธการท่าน เนื่องจากว่ามันมีรสชาติที่เผ็ดร้อนและขม
ทำให้ไม่ค่อยจะถูกปากกันสักเท่าไหร่
แต่หารู้ไม่ไหวขิงนั้นจัดว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมากมาย
เราไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1.ช่วยลดอาการท้องอืด
โดยหลักๆ ประโยชน์ของ ขิง
นั้นจะช่วยในเรื่องของลดอาการท้องอืดเพราะขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤท
ธ์ร้อนสามารถช่วยขับลมกระเพาะอาหารรวมไปถึงยังสามารถกระตุ้นกา
รทำงานของลำไส้ ช่วยให้ระบบของร่างกายนั้นทำงานได้อย่างเต็มที่
2.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
สำหรับ ขิง
นั้นยังสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาห
วานได้ด้วย ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่า ผู้ที่รับประทานขิง
จะช่วยให้ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดนั้นดีขึ้น
แถมยังช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคแทรกซ้อน
นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดระดับของ คอเลสเตอรอล ได้อีกด้วย
3.ลดอาการบาดเจ็บข้อเสื่อม
มีผลการวิจัยมากมายเกี่ยวกับ สมุนไพรชนิดนี้
ว่ามีสรรพคุณช่วยในการลดอาการบาดเจ็บของผู้ที่ป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม
แต่ต้องใช้เวลาในการรักษาประมาณ 3 เดือนถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน

4.ลดอาการคลื่นไส้, เมารถ และ ปวดหัวไมเกรน
ด้วยความที่มีกลิ่นฉุนและรสชาติที่เผ็ดร้อน
ทำให้ช่วยในเรื่องอาการคลื่นไส้, อาเจียน หรือ เมารถต่างๆได้ด้วย
โดยมีงานวิจัย
พบว่าขิงสามารถช่วยป้องกันและบรรเทาอาการอาเจียนหลังจากการผ่า
ตัดและยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้
ารับเคมีบำบัด ส่วนในเรื่องของอาการปวดหัวไมเกรน ขิง
จะช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการเจ็บปวดเพราะจะเข้าไปสกัดฮอร์โ
มนที่เกี่ยวกับอาการอักเสบ
5.ช่วยในการลดน้ำหนัก

มีงานวิจัยออกมาว่าผู้ที่ดื่มน้ำขิงเป็นประจำจะช่วยให้ระบบการเผาผลา
ญพลังงานนั้นดีขึ้น
เพราะด้วยเหตุที่มีฤทธิ์ร้อนและได้เข้าไปกระตุ้นมีการดูดซึมสารอาหารแ
ละย่อยอาหารได้รวดเร็วขึ้น
ซึ่งนอกจากนี้ยังช่วยให้ความอยากอาหารนั้นน้อยลงด้วย
แต่ว่าต้องเป็นน้ำขิงที่ไม่ใส่น้ำตาลนะ
ซึ่งทางที่ดีควรเลือกขิงซองแบบสำเร็จรูปสูตรไร้น้ำตาลจะดีที่สุด
นี่คือเบื้องต้นของประโยชน์จาก ชิง
สมุนไพรที่ใครหลายคนมักจะมองข้ามไป
แต่ว่าทุกอย่างนั้นไม่ได้มีแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียว
หากรับประทานมากเกินไป
หรือผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานขิง
เพราะขิงนั้นมีสรรพคุณในการต้านการแข็งตัวของเลือดมากกว่ายาแอส
ไพริน เสียอีก…

Categories: ความงาม

กระเจี๊ยบเขียวของดีมีประโยชน์

No Comments

หากพูดถึงสมุนไพรในประเทศไทย นั้นมีอยู่มากมายอย่างที่ทราบกันดี
ว่ากันมีมากถึง 1,500 ชนิดเลยทีเดียว สำหรับสมุนไพรไทยคือ พืช ผัก
และผลไม้ที่ถูกนำมาใช้เป็นยาและสิ่งบำรุงร่างกายมานานนับพันปี
โดยที่สมุนไพรเหล่านี้มีทั้งแบบนำผล ใบ ราก เปลือก ยาง เนื้อไม้ เถา
หัวและดอก หรือทั้งต้นมาใช้งาน
ประโยชน์และสรรพคุณของสมุนไพรไทยเหล่านี้มีทั้งการนำมารับประท
านสด การนำมาต้มรับประทานแบบยาแผนโบราณ
บางชนิดก็ใช้ทาหรือพอกเพื่อรักษาโรค เป็นต้น
ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึง กระเจี๊ยบเขียว หลายคนคงจะงงมีด้วยเหรอ
หรืออยากจะไม่รู้จักมาก่อน
เพราะส่วนใหญ่ก็จะเคยทานกันแต่น้ำกระเจี๊ยบที่ใช้กระเจี๊ยบแดง
โดยเจ้ากระเจี๊ยวเขียวนั้นมีสรรพคุณมากมาย
เราไปทำความรู้จักกันซะหน่อย
สำหรับ กระเจี๊ยบเขียว
ในประเทศไทยนั้นนิยมปลุกในภาคกลางจังหวัดนครปฐม ปทุมธานี
นนทบุรี นครนายก ราชบุรี ระยอง พิจิตร สุพรรณบุรี สมุทรสาคร
และกาญจนบุรี ซึ่งเดิมทีมีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก
ในประเทศซูดาน
และสันนิษฐานว่าน่าจะมีการนำเข้ามาในประเทศไทยหลังปี พ.ศ.2416
โดยจัดเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุประมาณ 1 ปี มีความสูงประมาณ 0.5-2.4
เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีเขียว
โดยนิยมรับประทานผลซึ่งมีลักษณะมีลักษณะเป็นฝัก
โดยฝักคล้ายกับนิ้วมือผู้หญิง ฝักมีสีเขียวทรงเรียวยาว มักโค้งเล็กน้อย
ปลายฝักแหลมเป็นจีบ ผิวฝักมีเหลี่ยมเป็นสัน
โดยฝักมีสันเป็นเหลี่ยมตามยาวอยู่ 5 เหลี่ยม ตามฝักจะมีขนอ่อน ๆ
อยู่ทั่วฝัก ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

ซึ่งสรรพคุณนั้นมีอยู่มากมาย สามารถช่วย ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และคนที่กำลังควบคุมน้ำตาล-น้ำหนัก
ลดอาการท้องผูก เพราะมีเมือกที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวขึ้น
และยังมีใยอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย

แถมยังสามารถใช้ในการลดความอ้วนได้อีกด้วยเพราะมีส่วนในการช่ว
ยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
รวมไปถึงรักษาอาการกรดไหลย้อนได้อีกด้วย
ส่วนวิธีการทำเพื่อรับประทานสามารถหันเป็นชิ้นเล็กๆ
และทานสดๆ ได้ทันที และยังนำไปเป็นส่วนประกอบกับอาหารอื่นๆ
ได้อีกด้วย เช่น นำไปทอดกรอบ, กระเจี๊ยบเขียวผัดกากหมู,
ไข่เจียวกระเจี๊ยบเขียว หรือจะเป็นในแนวแกง เช่น แกงส้ม, แกงเลียง
และ ต้มจืด
เห็นกันแล้วใช่ไหมว่า กระเจี๊ยบเขียว
พีชสมุนไพรที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนั้นมีประโยชน์มากมาย
รู้แบบนี้ต้องไปหามาทานกันบ้างแล้ว

นอกจากนี้
นอกจากนี้ยังหาทานได้ไม่ยากเพราะได้มีการนำกระเจี๊ยบเขียวไปทำใน
รูปแบบการอบแห้งกินเล่นเหมือนขนมขมเคี้ยว
แต่นอกเหนือจากกินเล่นแล้ว
มันยังมีประโยชน์มากมายอย่างที่บอกไปข้างต้น…

Categories: ความงาม

5 อาหารต้านอนุมูลอิสระ

No Comments

“อนุมูลอิสระ” เป็นวายร้ายในร่างกาย ซึ่งทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดการเสื่อมถอยของร่างกาย
ซึ่งจะแสดงออกมาในรูปแบบของริ้วรอย ความชรา และโรคความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่ร้ายที่สุดคือ
เป็นตัวก่อเซลล์มะเร็ง แต่ถ้าเราได้รับ “สารต้านอนุมูลอิสระ” เพียงพอ เซลล์จะไม่ถูกทำลาย!
อนุมูลอิสระเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ พฤติกรรมการกินอาหาร เช่น การกินอาหารมัน ปิ้ง ทอด ย่าง การใช้น้ำมันทอดซ้ำ
ความเครียด การทำงานหรือออกกำลังกายหักโหม การบาดเจ็บทางกายหรือจากมลภาวะต่างๆ เช่น รังสี UV แสงแดด
การสูบบุหรี่ ก็จะเป็นตัวเร่งให้มีการผลิตอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น แต่โดยปกติเมื่อเกิดการสร้างอนุมูลอิสระ
ร่างกายจะสามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้
สารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนใหญ่จะอยู่ในผักผลไม้ ซึ่งผักผลไม้มีคุณประโยชน์ด้านเป็นอาหารกากใย ช่วยในการขับถ่าย
ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการเจ็บป่วย ตลอดจนมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง
นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภัย สุขภาพแข็งแรง แถมมาด้วยความอ่อนเยาว์ ผิวพรรณสดใสได้

5 อาหารที่เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ

1. วิตามินซี
พบในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว สตรอว์เบอร์รี กีวี บร็อคโคลี่ มะเขือเทศ ฯลฯ
คุณสมบัติเด่น : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเนียนใส และช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง

2. วิตามินเอ
พบในตับ เนื้อปลา ไข่แดง
คุณสมบัติเด่น : บำรุงสายตา ผิวหนัง กระดูก อวัยวะสืบพันธุ์ เสริมภูมิต้านทาน และป้องกันการเกิดมะเร็ง

3. วิตามินอี
พบในผักใบเขียว ตับ ธัญพืช จมูกข้าวสาลี ถั่ว ไข่แดง เนย
คุณสมบัติเด่น : ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด เสริมภูมิต้านทาน บำรุงประสาท และระบบสืบพันธุ์

4. เบต้าแคโรทีน
พบในผักผลไม้สีเหลือง ส้ม และสีเขียวเข้ม เช่น แครอท มันเทศ ฟักทอง มะละกอ บร็อคโคลี่ ฯลฯ

คุณสมบัติเด่น : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ยับยั้งและป้องกันการเกิดมะเร็ง

5. ไลโคปีน
พบในผักผลไม้ที่มีสีแดงและสีชมพู เช่น มะเขือเทศ แตงโม มะละกอ ฝรั่งขี้นก เกรปฟรุตที่มีเนื้อสีชมพู ฯลฯ
คุณสมบัติเด่น : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก

ทั้งนี้ ถ้าจะให้ได้ประโยชน์กับร่างกายที่สุด ควรกินผักผลไม้ที่หลากหลายและมีสีสันต่างๆ หมุนเวียนไป
เพื่อให้ร่างกายได้รับสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างสมดุล…

Categories: ความงาม