โรคไอกรนในเด็ก อันตรายถึงตาย อาการคล้ายโรคหวัดธรรมดา

No Comments

โรคไอกรนเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัย
แต่จะมีความรุนแรงหากเกิดในวัยเด็กและค่อนข้างอันตราย
อีกทั้งยังมีลักษณะอาการคล้ายกับโรคหวัดทั่วไป
ทำให้พ่อแม่หลายรายที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจไม่ทันได้ระวังภาวะของโรคดังกล่าว
โรคไอกรนเป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นมาจากการรับเชื้อแบคทีเรีย
ประเภทหนึ่งชื่อว่า Bordetella pertussis (B. pertussis)
เป็นโรคที่ปัจจุบันพบน้อยเพราะว่ามีวัคซีนคุ้มครองโรค
ทำให้ผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวมีจำนวนไม่มากนัก สามารถเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
สถานการณ์โรคไอกรนในประเทศไทยจากสถิติปี 2560 ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา
พบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไอกรนทั้งหมด 76 ราย คิดเป็น 0.1 รายต่อประชากร 1 แสนราย
และราวๆ 50% ของผู้ป่วยเป็นเด็กเล็กอายุ 1-3 เดือน
แต่ว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่จำนวนดังกล่าวยังไม่มีความแม่นยำเท่าที่ควร

เนื่องจากว่าตัวโรคมีการวินิจฉัยค่อนข้างยาก
อาการของโรคไอกรน หากเกิดในผู้ใหญ่ไม่มีความรุนแรง
สามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ ไม่มีไข้ มีเพียงอาการไอเท่านั้น
แต่ว่าถ้าเกิดโรคไอกรนเกิดกับเด็กตัวเล็กๆอายุน้อยกว่า 3 ขวบ
เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
ที่พบบ่อยคือไอหนักจนตัวเขียวหรือไอจนหยุดหายใจ ทำให้สมองขาดออกซิเจน
และก็อาจเสียชีวิตได้ ส่วนอาการชักสามารถพบได้เช่นกันแต่พบไม่บ่อยนัก
การเกิดไอกรนในวัยเด็กมักเกิดจากการได้รับวัคซีนป้องกันที่ยังไม่ครบ
หรือบางรายอาจยังไม่เคยได้รับวัคซีนเลย ทำให้เด็กยังขาดภูมิคุ้มกัน
เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคไอกรนเข็มแรกจะได้รับเมื่ออายุ 2 เดือน
ส่วนการรับเชื้อส่วนมากมักมีการรับมาจากผู้ใหญ่ที่ป่วยและก็มีอาการไอ
ซึ่งในวัยผู้ใหญ่มักไม่ยอมไปพบแพทย์
เพราะเหตุว่าอาการไม่ร้ายแรง ทำให้เกิดการแพร่เชื้อไปยังเด็กที่อยู่ใกล้ชิดในที่สุด
การวินิจฉัยโรคโรคไอกรนโดยมาตรฐานต้องอาศัยวิธีการเพาะเชื้อ
แต่การเพาะเชื้อนั้นทำได้ยาก จึงทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก
อีกหนึ่งวิธีคือการตรวจสารพันธุกรรมด้วยแนวทาง PCR
ของตัวเชื้อซึ่งสามารถทำได้ในโรงพยาบาลใหญ่ๆบางโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี ฯลฯ
สรุปโดยรวมคือการวินิจฉัยยังคงมีข้อจำกัดอยู่มากพอสมควร

Categories: สุขภาพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *