5 วิธีป้องกันผิวหน้าย่นเวลานอน

No Comments

1.นอนหงาย

การนอนคว่ำหรือนอนหันข้างจะทำให้ใบหน้าถูกกดทับ นานวันเข้าจะทำให้ผิวหน้าเกิดรอยที่ไม่ต้องการ ดังนั้นสามารถป้องกันได้โดยการนอนหงาย ดร.เดบรากล่าวว่า หลายคนอาจคิดว่านอนหงายเป็นท่าที่ไม่สบายและไม่อาจการันตีได้ว่ากลางดึกจะพลิกตัวจากท่านอนหงายไปหรือเปล่า แต่เธอกล่าวว่า ท่านอนเป็นสิ่งที่ฝึกกันได้ถ้าทำซ้ำๆ ทุกคืน

2.ใช้หมอนดีไซน์พิเศษ

เธอได้กล่าวถึงหมอนดีไซน์พิเศษที่ชื่อ ไนท์ พิลโลว (NIGHT Pillow) ราคาแพงเกือบ 5,000 บาทพร้อมคุณสมบัติหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ป้องกันการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า ไม่สะสมฝุ่นละอองที่ทำให้ผิวหน้าไม่สะอาด และช่วยรักษาความชุ่มชื้นบนใบหน้า ซึ่งสองคุณสมบัติหลังเป็นปัจจัยทำให้ผิวหน้าอิ่มไม่มีริ้วรอย แต่หากต้องการสวยแบบราคาประหยัดเธอแนะนำ หมอนรองคอ ให้นำมาใช้เวลานอนปกติเพื่อไม่ให้พลิกไปทางอื่น ซึ่งต้องเลือกพื้นผิวที่ไม่หยาบกระด้างให้ระคายผิว

3.เปลี่ยนปลอกหมอน

หากการเปลี่ยนท่านอนยากเกินไป ดร.เดบราแนะนำให้เปลี่ยนปลอกหมอนแทน โดยเปลี่ยนจากผ้าฝ้ายธรรมดาให้เป็นผ้าไหมหรือผ้าซาติน ที่มีผิวสัมผัสเนียนลื่นและไม่เป็นรอย

4.บำรุงผิวหน้า

นอกจากไนท์ครีมที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าขณะนอนหลับแล้ว น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีและราคาไม่แพง โดยให้ทาบางๆ หลังล้างหน้าทุกคืน ทิ้งไว้ให้มันซึมเข้าผิว จากนั้นตื่นขึ้นมาจะมีผิวหน้าที่นุ่มขึ้นอย่างชัดเจน

5.นอนให้เพียงพอ

อาจฟังดูธรรมดา แต่การนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงจะช่วยฟื้นฟูผิวอย่างเป็นธรรมชาติ…

Categories: ความงาม

เคล็ดลับ “ฟันขาว จัดเรียงสวย” ที่ดารานิยมใช้กัน

No Comments

วีเนียร์ (veneer) เป็น การกรอเอาผิวฟันออกนิดหน่อย
แล้วก็ปิดทับด้วยวัสดุเซรามิก ตกแต่งให้ฟันแข็งแรง ได้รูปงามอย่างที่ต้องการ
วีเนียร์ มี 2 จำพวก เป็น การเคลือบฟันเทียมที่ทำโดยตรงในช่องปากและการเคลือบฟันเทียมที่ทำนอกช่องปาก
การเคลือบฟันเทียมที่ทำโดยตรงในช่องปาก
คือการใช้วัสดุอุดฟัน ได้แก่ คอมโพสิตเรซินที่มีสีใกล้เคียงกับฟันจริงแล้วทาด้วยสารยึดติดกับฟันจริง
ช่วยแก้ไขรูปร่างของฟันจริงได้ แต่จะต้องใช้เวลาทำนาน และก็จะต้องทำโดยหมอผู้ที่มีความชำนาญด้วย
การเคลือบฟันเทียมที่ทำนอกช่องปาก หมอฟันจะทำการกรอผิวฟันเดิม พิมพ์ปากและก็เลือกสีฟันที่ต้องการ
รวมทั้งนำไปผ่านกระบวนการในห้องแล็ปทำด้วยวัสดุพอร์ซเลน และระหว่างที่พิมพ์ฟันในห้องแล็ปจะใส่ผิวฟันชั่วคราวก่อน
และก็พอพิมพ์ฟันเสร็จแล้วก็ให้นำผิวฟันชั่วครั้งชั่วคราวออก
แล้วก็ใส่ผิวฟันจากพอรซเลนตามสีธรรมชาติของฟันจุดเด่น แล้วก็ข้อเสีย ของการทำวีเนียร์
ข้อดีของวีเนียร์
ได้รูปฟันที่ขาวสะอาด เรียงตัวสวย รวมทั้งสามารถเลือกลักษณะของฟันได้ดั่งใจ
รวมทั้งช่วยป้องกันผิวฟันจากเคลือบฟันหลุดหรือเป็นคราบจากชา กาแฟได้
ช่วยลดความห่างของฟัน ปกปิดสีฟันที่มีความผิดปกติ และก็มีอายุการใช้งานยาวนาน 10-15 ปี ก็เลยเป็นการลงทุนที่คุ้มมาก
ข้อเสียของวีเนียร์
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แบบใช้คอมโพสิตเรซินเริ่มที่ 2,000 บาทต่อซี่ ส่วนวีเนียร์แบบพอร์ซเลนเริ่มต้นที่ซี่ละ 9,000 บาทต่อซี่
และก็ก่อนจะทำต้องรักษาโรคในโพรงปากให้หายซะก่อน การทำวีเนียร์ด้วยการใช้คอมโพสิตเรซินอาจทำให้ดูแลขอบอุปกรณ์ได้ไม่ดี
อาจมีของกินเข้าไปค้าง รวมทั้งมีความคงทนของสีและมีความเรียบเงาน้อยกว่าพอร์ซเลน
รวมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงการกัดหรือใช้ฟันหน้าแทะของแข็ง
ด้วยเหตุว่าอาจจะทำให้วีเนียร์เสียหายได้และในการทำวีเนียร์ ต้องมีเวลาพบหมอฟันอย่างน้อยๆ3 ครั้ง…

Categories: สุขภาพ

5 วิธีการดูแลผิว ขาวใสแบบไม่ต้องฉีด สไตล์ “ดิว อริสรา”

No Comments

อริสรา ทองบริสุทธิ์ “ดิว” หนึ่งในผู้แสดงดาวร้ายหน้าใส ผิวขาวออร่า
ที่ดิวมีผิวที่เรียบเนียน รวมทั้งขาวใสเปร่งออร่า จะแต่งตัวสไตล์ไหนก็ดูดีด้วยการที่มีผิวขาว
จะช่วยในการเลือกหาเสื้อผ้าได้ดี ไม่มีปัญหากับชุดที่เราเลือกใส่ได้ทุกชุดทุกแบบอย่างมั่นใจ
เราได้สืบหาเคล็ดลับจาก”ดิว อริสรา” นางร้ายหน้าใสหลายๆ
คนก็ต้องการจะรู้ว่าดิวนั้นมีแนวทางในการดูแลสุขภาพผิวอย่างไรบ้าง สำหรับดิวมี 5 เทคนิคที่ต้องการจะแนะนำ
เพื่อนๆสามารถทำตามกันได้ง่ายๆจ้ะ
1. กินน้ำให้เยอะ เป็นสิ่งสำคัญ วันหนึ่งพวกเราต้องกินน้ำเยอะๆช่วยลดผิวแห้ง
เนื่องจากว่าใช้ชีวิตอย่างจริงจังและก็เอาจริงเอาจังเต็มที่กับชีวิต ด้วยเหตุนั้นมันก็จะต้องดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก
สิ่งใดก็ตามที่เป็นการบำรุงทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเราจะไม่รอดมาได้ถึงขนาดนี้
2. ผิวขาวออร่า ทำง่ายๆไม่ยาก พวกเราจะต้องดูแลผิวให้ชุ่มชืนและมีน้ำในผิวเสมอ
โดยส่วนตัวแล้วดิวถูกใจทานผลไม้ ชอบทานผลไม้ทุกชนิดกินได้ทุกอย่าง ชอบน้ำผลไม้เป็นที่สุด
แต่ว่าไม่ชอบทานน้ำเปล่าวันนี้มีวิธีของดิวมาฝาก ใช้วิธีเหยาะน้ำแดงนิดหน่อยพอให้มีกลิ่น
จะช่วยทำให้กินน้ำได้เยอะ ถ้าว่าพวกเราไม่กินน้ำผิวจะแห้งกร้านเป็นอย่างยิ่ง
3.ไม่ต้องพึ่งวิตามิน อย่างดิวบอกว่าไม่ต้องพึ่งวิตามิน ไม่ต้องใช้เป็นตัวช่วยเพราะดิวเป็นคนที่ทานอาหารครบทุกหมู่อยู่แล้ว
และก็อีกอย่างส่วนตัวดิวแล้วชอบทานผลไม้ทุกอย่าง และรับประทานผัก ที่รับประทานไปมันก็กลายเป็นวิตามินภายในร่างกายแล้วจ้า
4. หมั่นออกกำลังกาย ส่วนตัวดิวมีความรู้สึกว่าผอมก็ไม่ได้ดูสวย แต่ต้องแข็งแรง
ดิวก็เลยเลือกที่จะออกกำลังกายคู่กับการกิน ในการออกกำลังกายก็ไม่ต้องหนักหน่วงเกินไป
5. สุดท้ายทาครีมเน้นๆทุกส่วนของคนเรามีสภาพผิวที่แตกต่างกันตรงไหนที่จะต้องเต่งตึง
เทคนิคครีมที่ดิวใช้จะแยกเป็นส่วนๆดิวค่อนข้างจะใส่ใจรายละเอียดมากๆทุกส่วนพวกเราไม่เหมือนกัน เปลืองก็เปลืองเพราะว่าผิวเรา ก็ต้องดูแล…

Categories: สุขภาพ

นั่งนานๆเสี่ยงเป็นโรคร้ายอะไรได้บ้าง !!

No Comments

คุณทราบหรือเปล่าว่าการนั่งทำงานอยู่ข้างในสำนักงานเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคร้ายได้เช่นเดียวกัน
ด้วยเหตุว่ากิจวัตรที่ทำทุกๆวันของคนพวกนี้
ส่วนมากมักนั่งดำเนินงานตลอดวันเกือบจะไม่ลุกไปไหนเลย
นอกเหนือจากการที่จะพักรับประทานข้าวตอนกลางวันหรือเข้าห้องน้ำ วันนี้พวกเรามีความรู้ดีๆเกี่ยวกับการนั่งนานๆ
ที่เสี่ยงเป็นโรคร้าย จะมีโรคร้ายรวมทั้งอันตรายมากขนาดไหนพวกเราไปอ่านพร้อมๆกันเลย

1. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันนี้ ที่นั่งดำเนินการตลอดวันโดยไม่ลุกเข้าห้องน้ำ เดินทางไกล อยู่บนรถติดนานๆห้องน้ำสกปรกไม่ถูกใจ
ก็เลยจะต้องกลั้นปัสสาวะพอนานๆเข้าโรคกระเพาะปัสสาวะก็ถามหา ปัสสาวะกระปริดกระปรอย ปัสสาวะไม่สุดอยู่ตลอดเวลา
ทางแก้ก็คือกินน้ำมากๆเพื่อขับปัสสาวะออกมา ลุกขึ้นยืน หรือเดินเสมอๆ

2. มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย การย่อยของอาหาร
บางบุคคลจำต้องรีบดำเนินการ จนกระทั่งกินอาหารไม่ตรงเวลา หรือไม่ค่อยชอบเข้าห้องสุขา พฤติกรรมอย่างนี้หากทำบ่อยเป็นประจำ
บางทีอาจเสี่ยงให้เป็นโรคกระเพาะอักเสบ หรือท้องผูก อาหารไม่ย่อย แนวทางรักษาก็คือ
ทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ กินน้ำเป็นจำนวนมากด้วยเหตุว่าจะช่วยในเรื่องขับถ่ายได้อย่างดีเยี่ยม

3. หมอนรองกระดูกเสื่อม
เป็นผลมาจากต้นสายปลายเหตุสำคัญ 3 ประการหลัก เป็น การสึกหรอตามอายุการใช้งาน อย่างเช่น นั่งนานๆโดยไม่เปลี่ยนอริยาบท
นั่งขับรถเป็นระยะระยะไกลๆเสมอๆ นอกจากนี้จะค่อยปวดมากขึ้น รู้สึกที่ขาเมื่อยืนนานๆบางรายอาจจะเอวคดก็มี

4. กล้ามเนื้อบริเวณคออักเสบ
ลักษณะของการปวดกล้ามรอบๆคอ มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ชอบนั่งท่าเดิมๆเป็นระยะเวลานานๆแล้วก็เป็นประจำ
ซึ่งอาการจะเริ่มปวดจากรอบๆบา ลุกลามไปจนกระทั่งก้านคอ แขน
แล้วก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการมือชาร่วมด้วย ถ้าหากมีลักษณะพวกนี้แนะนำให้ไปพบแพทย์จะเหมาะสมที่สุด

5. เกิดผังผืดที่ข้อมือ
ผู้ที่อยู่หน้าคอมเป็นระยะเวลานานๆหรือชอบขับรถเป็นระยะทางที่ไกลๆบ่อยๆ อาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่ทั่วถึง บางครั้งก็อาจจะเสี่ยงมีอาการปวดที่ข้อมือ
ด้วยเหตุผลดังกล่าวรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่ตลอด หรือบางทีอาจจะบริหารเพื่อเลือดฉูบฉีดมากเพิ่มขึ้น…

Categories: สุขภาพ

อาหารช่วยควบคุมน้ำหนัก

No Comments

วิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุดไม่ใช่การออกกำลังกาย แต่เป็นการคุมอาหารไม่ให้เรากินมากจนเกินไป พลังงานที่ได้รับจากอาหารต้องไม่เหลือเฟือจนกลายเป็นไขมันสะสม แล้วอาหารลดน้ำหนักง่าย ๆ ที่เรากินแล้วน้ำหนักจะไม่ขึ้น เราต้องกินยังไง

  1. เมล็ดเจีย

ธัญพืชที่จัดเป็นซูเปอร์ฟู้ดตัวจิ๋ว เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งไฟเบอร์ โปรตีน และไขมันชนิดดี

  1. กีวี

ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานที่คับแน่นไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและมีวิตามินที่ดีต่อผิวพรรณอีกต่างหาก

  1. แตงโม

ผลไม้ฉ่ำน้ำที่หากินได้ทุกฤดู รสชาติก็อร่อยชื่นใจ ยิ่งแช่เย็นยิ่งเพิ่มความเฟรชให้ร่างกาย แคลอรีในแตงโมก็ไม่มาก แถมทำให้หายอยากอาหารหวาน ๆ ได้ด้วยนะ

  1. อะโวคาโด

ซูเปอร์ฟู้ดอีกชนิดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง มีไขมันชนิดดีที่จะช่วยขับไขมันชนิดเลวในร่างกาย ช่วยลดน้ำหนักได้ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย

 …

Categories: ความงาม

ไวน์แดงช่วยลดน้ำหนักทั้งชาย-หญิง

No Comments

1. ไวน์เเดงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างไร ?
ทั้งสองสถาบันการศึกษาชื่อดังในสหรัฐฯอย่างโรงเรียนทางการเเพทย์ของ ม.ฮาร์วาร์ด เเละมหาวิทยาลัยเเห่งรัฐวอชิงตัน
ต่างชี้ชัดว่าในไวน์เเดงนั้นมีสารประเภท Polyphenol ที่มีชื่อว่า Resveratrol
ซึ่งมีฤทธิ์ในการสลายไขมันในร่างกายคนที่มีน้ำหนักเกิน
ซึ่งโดยส่วนมากคนอ้วนทั้งหลายจะมีไขมันสีขาวซึ่งเป็นเซลล์ไขมันขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บกักพลังงานเเละขยายตัวในขณะที่เรามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
เเต่สารรีเวอร์ราโทรลที่อยู่ในไวน์เเดงจะเข้าไปบีบอัดเซลล์ไขมันสีขาวที่มีขนาดใหญ่เหล่านี้ให้กลายเป็นสีเบญจ์ซึ่งสามารถถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ง่าย
เเต่ปริมาณการดื่มไวน์เเดงที่เหมาะสมที่จะทำให้คุณมีสุขภาพดีได้นั้น นักวิจัยเเนะนำว่าควรดื่มประมาณวันละ 2 เเก้วเท่านั้น
2. ผลการทดลองทางการวิจัย
นักวิจัยจาก ม. ฮาร์วาร์ดได้ทำการทดลองโดยใช้หนูเป็นตัวทดสอบ
โดยพวกเค้าได้นำหนูต้วอ้วนๆที่มีไขมันเยอะมาให้อาหารที่มีการเพิ่มสารรีเวอร์ราโทรลลงไป
ซึ่งผลที่ได้นั้นพบว่ามีเซลล์ไขมันสีเบญเพิ่มขึ้นในหนูเหล่านั้นอย่างมีนัยสำคัญซึ่งนั่น
หมายความว่าหนูเหล่านั้นจะสามารถขจัดเซลล์ไขมันออกจากร่างกายได้มากขึ้น
ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาอื่นๆของฮาร์วาร์ดที่พวกเขาพบว่า 70% ของอาสาสมัครที่เป็นผู้หญิงจำนวน 20,000 คน
ที่ดื่มไวน์สามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอ้วนเเละชะลอการเพิ่มน้ำหนักของ พวกเธอได้ดีเช่นกัน
3. ประโยชน์ของไวน์เเดงที่มากกว่าการควบคุมน้ำหนัก
สำหรับใครที่คิดว่าไวน์เเดงมีประโยชน์เเค่ช่วยในการควบคุมน้ำหนักเเละลดความ
อ้วนเเล้วล่ะก็ เเสดงว่าคุณคิดผิดครับ
เพราะจากการศึกษาพิ่มเติมนักวิจัยยังพบอีกว่าการดื่มไวน์ในปริมาณที่เหมาะสมใน
เเต่ละวันยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจเเละหลอดเลือดบางชนิดได้
รวมถึงสามารถลดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายเฉียบพลันที่เป็นสาเหตุของโรคไม่ติดต่อ
ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของประชากรโลกในอันดับต้นๆได้
นอกจากนี้การดื่มไวน์เเดงในปริมาณที่เหมาะสมในเเต่ละวันยังช่วยให้ร่างกายของ
คุณสามารถรักษาระดับไขมันดีหรือ HDL ไว้ได้ในระดับที่สูง นอกจากนี้การดื่มไวน์เเดงวันละ 1-3
เเก้วยังช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคสมองเสื่อมประเภทอัลไซเมอร์
รวมถึงมะเร็งบางชนิดเช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งรังไข่ เเละมะเร็งต่อมลูกมาก
เเละลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อีกด้วย…

Categories: สุขภาพ

กลิ่นเท้าเหม็นไม่ใช่เรื่องตลก ขอแก้ด้วย 2 วิธี

No Comments

เรื่องเท้าเหม็นเป็นอะไรที่อี๋มาก ยิ่งใครเล่นกีฬาเสร็จใหม่ๆแล้วมาถอดถุงเท้ารองเท้าในห้องแอร์นะ ห้องแทบแตก
อีกอย่างเท้าเหม็นไม่ใช่สไตล์ ถึงจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับใครๆ ก็ได้แต่นี่เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี
ลองไปดู 2สเต็ปเหล่านี้ที่เรานำมาฝากกัน
จัดการกับเท้าเราก่อน
รักษาความสะอาดเป็นพิเศษกว่าที่เคย ให้ล้างน้ำ ถูสบู่ แล้วขัดถูทุกซอกมุมอาจใช้หินขัดเท้าร่วมด้วย
เช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งที่ล้างเท้าหมั่นทาครีมบำรุงผิวเท้าหรือวาสลีนเพื่อให้เท้านุ่มชุ่มชื้น
ไม่ใส่ถุงเท้า รองเท้า ขณะที่ครีมบำรุงยังชุ่มอยู่เพราะจะยิ่งเป็นการเพิ่มความอับชื้น
รักษาเท้าให้แห้งอยู่เสมอ
ถ้าเท้าเปียกชื้นให้หาแป้งฝุ่นหรือผงดับกลิ่นเท้ามาทาให้ทั่วก่อนใส่ถุงเท้าเพราะจะช่วยดูดซึมความชื้นได้ดี
สเปรย์สมุนไพร สเปรย์ระงับกลิ่นเท้าก็ช่วยได้สปาเท้าด้วยสูตรจากธรรมชาติ เช่น แช่เท้าในน้ำที่ใส่สารส้มแบบก้อน
ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หรือด่างทับทิมผสมน้ำอุ่น
ระหว่างที่แช่เท้าก็ขัดถูเท้าไปด้วย นอกเหนือจากนี้ก็มีเบคกิ้งโซดาผสมน้ำพอข้น
หรือน้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วยต่อน้ำอุ่น 1 กะละมังเล็ก ก็สามารถนำมาผสมกับน้ำแล้วแช่เท้าได้เหมือนกัน
น้ำยาเดทตอล หรือน้ำยาบ้วนปากก็นำมาผสมน้ำแช่เท้าได้ ให้ใช้ประมาณ 2-3 ฝาผสมกับน้ำ
ระหว่างที่แช่เท้าก็ใช้แปรงทำความสะอาดขัดไปด้วย เมื่อใช้เป็นประจำก็จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดี อีกทั้งยังลดปัญหาเท้าเหม็นได้อีกด้วย
ถุงเท้า จัดการยังไง
ซักถุงเท้าให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ ไม่นำถุงเท้าที่ใส่แล้วมาใส่ซ้ำอีกรอบ
นอกจากนี้ต้องตากถุงเท้าให้แห้ง เพราะแบคทีเรียที่สะสมจะเป็นตัวการการเกิดกลิ่นเหม็น
และถ้าพอมีเวลาให้นำถุงเท้าไปแช่น้ำอุ่นหรือน้ำผสมผักซักฟอกก่อนซัก 30 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อโรค
เลือกถุงเท้าที่เป็นผ้าฝ้าย 100% เพราะจะช่วยระบายอากาศได้ดี
สวมใส่ถุงเท้าที่ขนาดพอเหมาะ ไม่คับจนเกินไป เพราะทำให้ระบายอากาศได้น้อย
หากต้องสวมใส่รองเท้ากีฬา หรือรองเท้าหุ้มส้นที่ปิดหัวปิดท้ายควรสวมใส่ถุงเท้าด้วยทุกครั้ง
เมื่อนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ ให้ถอดถุงเท้า รองเท้าออก เพื่อลดกลิ่นอับชื้น…

Categories: สุขภาพ

ลึกแต่ไม่ลับ!4อาหารทดแทนเนื้อสัตว์ที่ดีต่อสุขภาพ

No Comments

ขนุน
เราคุ้นเคยกับผลไม้ชนิดนี้เป็นอย่างดี โดยนิยมกินเนื้อสุกของขนุน
จนทำให้อาจไม่ตระหนักว่า
แท้จริงแล้วผลไม้ชนิดนี้เป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีโปรตีนสูงเป็นอย่างมาก
และเนื่องจากขนุนมีลายเส้นของไฟเบอร์คล้ายกับเนื้อสัตว์
ทำให้เวลารับประทานแล้ว จะมีความรู้สึกเหมือนกับกำลังกินเนื้อสัตว์
รวมทั้งได้โปรตีนสูงไม่แพ้เนื้อสัตว์ โดยขนุนดิบ 154 กรัม มีโปรตีนอยู่ถึง 5.4 กรัม
ขนุนยังมีสารอาหารสำคัญอย่างแคลเซียมในปริมาณสูงถึง56 มก. ธาตุเหล็ก 1.0มก.
และวิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง
เช่นเดียวกับเส้นใยอาหารในขนุนที่ช่วยการย่อยอาหาร
และทำให้สุขภาพหัวใจดีขึ้น
เห็ด
เห็ดถือเป็นซูเปอร์ฟู้ดสำหรับคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ โดยเห็ด 100 กรัมมีโปรตีน 3.1
กรัม เห็ดมีเนื้อสัมผัสที่นำมาทำอาหารได้หลากหลาย
และมีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่สนับสนุนโดย Mushroom Council ในสหรัฐฯ ที่ชี้ว่า
การกินเห็ดอาจทำให้รู้สึกพึงพอใจและอิ่มได้มากกว่าเนื้อ เห็ดยังมีแคลอรี่ต่ำ
และสารอาหารสูง ที่สำคัญก็อย่างเช่นโพลีแซคคาไรด์
ที่กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน ช่วยยับยั้งการสร้างเอนไซม์บางชนิด เช่น
อะโรมาเทส (aromatase) ที่ร่างกายใช้เพื่อสร้างเอสโตรเจน
ซึ่งนี่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม
เห็ดยังมีไนอะซินและวิตามินบีอื่นๆ ซึ่งเป็นสารอาหารที่มักพบในเนื้อสัตว์
และไม่ค่อยพบในพืช แต่เห็ดเป็นแหล่งวิตามินบีที่สำคัญของคนกินเจ
ถั่วเปลือกแข็งและธัญพืช
อาหารในกลุ่มนี้อย่างเช่น วอลนัต อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดเจีย
เมล็ดแฟล็กซ์ เป็นแหล่งสำคัญของไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เส้นใยอาหาร วิตามิน
แร่ธาตุ และช่วยป้องกันโรคเรื้อรังได้มากมาย การศึกษาเมื่อปี 2017 ในวารสาร
Journal of the American College of Cardiology พบว่า การกินถั่วในปริมาณสูง
สัมพันธ์กับการลดลงของความเสี่ยง ในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ถั่วต่างๆ
ล้วนมีปริมาณโปรตีนสูง เช่น ในปริมาณ 100กรัม เลนทิลมี โปรตีน 9 กรัม วอลนัต
มีโปรตีน 15กรัม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีโปรตีน 18 กรัม และอัลมอนด์ มีโปรตีนถึง 21 กรัม
ถั่วเมล็ดและพืชตระกูลถั่ว
ทั้งพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วพู ถั่วแขก หรือถั่วเมล็ด เช่น ถั่วแดง
ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฯลฯ
ทั้งหมดล้วนให้ทั้งโปรตีนและสารอาหารที่อาจขาดไปในอาหารเจ เช่น
ธาตุเหล็ก หรือโฟเลต ถั่วเมล็ดพวกนี้หากนำมาแช่ก่อน 8-24
ชั่วโมงก่อนปรุงอาหาร และปล่อยให้เมล็ดถั่วงอกออกมาเล็กน้อย
การงอกของเม็ดถั่วพวกนี้จะช่วยให้ปริมาณสารอาหารเพิ่มมากขึ้น
โดยในปริมาณ 100 กรัม ถั่วลูกไก่ (ชิคพี) มีโปรตีน 19 กรัม ถั่วดำ มีโปรตีน 21 กรัม
และถั่วแดงหลวง มีโปรตีนสูงถึง 24 กรัม…

Categories: สุขภาพ

สุขภาพ.ความงาม. ขั้นตอนการดูแลผิวหน้าให้ขาวอยู่เสมอ

No Comments

เวลาโดนทักว่าไปทำอะไรมาทำไมหน้าหมองคล้ำจัง
บางคนอาจทักหนักกว่านั้นว่า
นี่เธอทำไมหน้าหมองคล้ำเหมือนคนโดนของเลย
เวลาโดนทักกันแบบนี้ก็ถึงกับเสียเซลฟ์ขาดความมั่นใจกัน
ไปเลย เเละต้องแอบไปส่องกระจกดูใบหน้าว่า
หน้าตาตัวเองเป็นอย่างไร พอได้ส่องกระจกดูจริง ๆ จัง ๆ
ตัวเราเองอาจรู้สึกตกใจว่า
ทำไมใบหน้าถึงหมองคล้ำขนาดนี้
ต้องรีบหาวิธีบำรุงเพื่อให้ใบหน้ากลับมาสดใส
เเละเราก็มีวิธีในการดูแลผิวหน้า
ทำให้ใบหน้าลดความหมองคล้ำ มีความกระจ่างใส
ให้ผิวเนียนนุ่ม และดูมีสุขภาพดีเป็นธรรมชาติมาฝากกัน
ไปดูกันดี ว่าเราต้องทำอะไรกันบ้าง
อย่างเเรกให้ทำความสะอาดผิวหน้า
ในการทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ
โดยก่อนล้างหน้า
ควรเช็ดเครื่องสำอางให้ออกหมดก่อนด้วยผลิตภัณฑ์ทำคว
ามสะอาดสำหรับผิวหน้ของเรา
เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วก็ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างห
น้าที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง หลังล้างหน้าเสร็จ
ก็ใช้โทนเนอร์เช็ดอีกครั้งหนึ่ง
เป็นสิ่งสุดท้ายสำหรับการทำความสะอาดหน้า
เพราะโทนเนอร์จะช่วยกระชับรูขุมขขนของเรา
และควรใช้โทนเนอร์ชนิดที่ไม่มีแอลกอฮอล์

เพราะจะทำให้ผิวแห้งตึงเกินไป
ขั้นตอนต่อมาผลัดเซลล์ผิวเก่าออก
เเล้วทำไมต้องให้เซลล์ผิวเก่าถูกขจัดออกไป
เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ
เนื่องมาจากเซลล์ผิวเก่าไม่หลุดลอกออกไปหรือหลุดลอกช้

เเละจะทำให้เกิดการหมักหมมของเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพเป็
นจำนวนมาก
ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวหมองคล้ำแล้วยังทำให้ผิวหยาบกร้
านด้วย
และส่งผลให้การดูดซึมของครีมบำรุงลงสู่ชั้นผิวหนังได้น้อ
ยลง จึงควรหมั่นสครับหน้าอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกไป
และจะได้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่
การประคบผิวหน้าด้วยไอน้ำและทาครีมบำรุง เป็นวิธีง่าย ๆ
ในการประคบผิวหน้าด้วยไอน้ำ คือ เตรียมน้ำอุ่นไว้
แล้วนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นและบิดหมาด ๆ
เสร็จแล้วนำมาประคบบนผิวหน้า
เพื่อช่วยให้รูขุมขนเปิดออกและกระตุ้นการไหลเวียนของเ
ลือดบนใบหน้า หลังจากประคบหน้าแล้วก็ทาครีมบำรุงต่าง
ๆ ได้เลย เพราะเมื่อรูขุมขุนเปิดเเล้ว
การทาครีมบำรุงเหล่านี้ก็จะสามารถลงไปถึงชั้นที่ลึกที่สุดไ
ด้
สำหรับคนหน้ามันพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ครีมบำรุงที่มีส่
วนผสมของน้ำมันเพราะจะลงไปอุดตันในรูขุมขนได้
และยังทำให้หน้ามันยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
หรือในขณะที่ทาครีมอาจจะนวดหน้าเบา ๆ

ไปพร้อมกันเลยก็ได้
มันจะยิ่งช่วยให้การทาครีมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ทาครีมกันแดด ขั้นตอนนี้เป็นอีกขั้นตอนสำคัญอย่างมาก
เพราะในชีวิตประจำวันเราต้องเผชิญกับแสงแดด
และแสงจากจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ
ซึ่งส่งผลต่อผิวหน้าของเรา
ฉะนั้นจึงควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง
เผื่อป้องกันจากแสงเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้เกิดฝ้า กระ
ริ้วรอยต่าง ๆ ขึ้นมาได้
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายของเรา
และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยค่ะ
ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รู้สึกสดชื่นได้ทุกวันเวลา
ต้องดื่มน้ำสะอาด
การดื่มน้ำที่สะอาดในจำนวนที่เพียงพอต่อร่างกายในทุกๆวั
น จะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล
และยังส่งผลต่อผิวอีกด้วย
ซึ่งปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันโดยเฉลี่ย คือ 6ถึง8 แก้ว
สุดท้ายการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6 – 8
ชั่วโมงด้วยกัน จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย
หรือที่เรียกกันว่า ฮอร์โมนหนุ่มสาว
เวลาที่ฮอร์โมนชนิดนี้หลั่ง คือช่วงเวลาตั้งแต่ 4 ทุ่ม จนถึงตี
5 และจะหลั่งออกมาดีที่สุด คือ

ช่วงเวลาเที่ยงคืนจนถึงตอนตี 1
ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่หลับลึกที่สุด ดังนั้นจึงควรนอนก่อนตี
1 เพื่อให้เราได้รับ Growth Hormone อย่างเต็มที่…

Categories: ความงาม

เทคนิคการดูแลสายตา

No Comments

ดวงตาคือสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต และเป้นอวัยวะที่เปราะบางมากที่สุด หากดวงตาไม่ดีหรือใช้งานไม่ได้แล้ว
การใช้ชีวิตประจำวันคงต้องเกิดปัญหาอย่างมาก วันนี้จึงมาแนะนำการถนอมดวงตา เพื่อให้ดวงตามีสุขภาพดี
1.กระพริบตาบ่อยขึ้น
อาการตาแห้งส่วนใหญ่มักเกิดจากดวงตาเรากระพริบตาน้อยลง จนทำให้ตาเราแห้ง ขาดความชุ่มชื่น
อัตราการกระพริบตาจะลดลงโดยอัตโนมัติจาก 20 – 22 ครั้ง ต่อนาที เหลือเพียง 6 – 8 ครั้งต่อนาที เพราะฉะนั้น
อย่าลืมกระพริบตาบ่อยๆ หรือใช้น้ำตาเทียมช่วยหยอดตาเพิ่มความชุ่มชื้นได้
2.ประคบเบาๆ รอบดวงตา
ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือแตงกวาแช่เย็น วางไว้บนดวงตา ประคบเบาไปรอบดวงตา พร้อมหลับตาสัก 2- 3 นาที
ทำ 2 เวลา ก่อนพักเที่ยง หลังเลิกงาน จะช่วยให้ดวงตาเราสบายสดชื่นขึ้น
3.บริหารดวงตา
จ้องไปที่บริเวณปลายปากกาตลอดเวลา ค่อยๆ
เลื่อนปากกาเข้ามาใกล้ดวงตาจนกระทั่งเห็นปลายปากกาเป็นภาพซ้อน จ้องปลายปากกาทิ้งไว้สักครู่
แล้วจึงเลื่อนปลายปากกาให้สุดมืออีกครั้งช้าๆ ทำซ้ำไปมาประมาณ 40 รอบต่อครั้ง ประมาณ 5 ครั้งต่อวัน
4.ใส่คอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธี
หากต้องใส่คอนแทคส์เลนส์ ควรใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กระจกตา รวมถึงหลีกเลี่ยงลม
หรือเครื่องปรับอากาศ ไม่ให้กระทบบริเวณดวงตาหรือใบหน้า
5.ใช้กฏ 20-20-20
ใช้กฏ 20-20-20 คือ ทำงาน 20 นาที พักสายตามองไกลๆ ไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
ทำแบบนี่วนไปเป็นประจำ จะช่วยถนอมสายตาได้ดียิ่งขั้น
6.ตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง
การตรวจเช็กสุขภาพตาที่โรงพยาบาลประจำปี เพื่อวัดความดัน เช็กจอประสาทตาและความผิดปกติ เพราะโรคตา
บางทีอาจแสดงอาการไม่รุนแรง ถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะสามารถรักษาได้ทันท่วงที
7.อย่าใช้งานหน้าจอติดต่อกันนานเกินไปในแต่ละวัน ควรสังเกตว่าการใช้งานหน้าจอนานเท่าใด ที่ทำให้รู้สึกตาล้าและมีตาพร่าได้
อาหารที่ดีต่อสุขภาพดวงตา เช่น
1.ผักโขม หรือผักใบเขียวเข้มอื่น ๆ
2.ปลาแซมอน ปลาทูน่า หรือเนื้อปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง
3.ไข่ ถั่ว โปรตีนที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์
4.ส้ม ผลไม้หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยว
5.หอยนางรม เนื้อหมู สัตว์ปีก
6.ธัญพืช
7.ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้ม ซึ่งมีสารเบต้าแคโรทีน เช่น แครอท
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการรับประทานในสัดส่วนที่เหมาะสม
ในแต่ละสัปดาห์ควรมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ห่างไกลจากโรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันสูง หรือโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งตัวโรคอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อดวงตา หรือมีปัญหาสายตาในอนาคต…

Categories: สุขภาพ